บล.บัวหลวง ชี้ช่องบริหารความเสี่ยงผ่าน"อีทีเอฟ"ทั่วโลก

วันที่ 13 พ.ย. 2562 เวลา 20:06 น.
บล.บัวหลวง ชี้ช่องบริหารความเสี่ยงผ่าน"อีทีเอฟ"ทั่วโลก
แนะลงทุนตามโมเดล ภายใต้ชื่อ “ETF Model Portfolio”สร้างผลตอบแทนในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเฉลี่ย 4.68% ภายในหนึ่งเดือน

นายรัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ ผู้อำนวยการ หัวหน้าฝ่าย Global Investing บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง (บล.) กล่าวว่า ช่วงนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีในการกระจายความเสี่ยงลงทุนในหุ้นต่างประเทศผ่านการลงทุนในอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund:ETF) ที่มุ่งเน้นสร้างผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงต่างๆทั่วโลก

ขณะเดียวกันหากมองถึงแนวโน้มการเติบโตของจำนวนอีทีเอฟทั่วโลกพบว่า ในช่วงปี 2547-2561 มีการขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากในปี 2547 มีจำนวนอีทีเอฟจดทะเบียนทั้งหมด 350 ตัวทั่วโลก เพิ่มเป็น 6,483 ตัวทั่วโลก ในปี 2561

นอกจากนั้นมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) ก็ปรับตัวขึ้น จากระดับ 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2547 เป็น 4.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2561 หรือคิดเป็นประมาณ 9 เท่าของจีดีพีประเทศไทย สะท้อนจากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการลงทุนแบบอ้างอิงดัชนี (Passive) ที่ปรับตัวขึ้นจาก 14% เป็น 29% ในปี 2562 เทียบกับสัดส่วนการลงทุนเชิงรุก (Active) ที่ลดลงจาก 86% เป็น 71% ในปี 2562 (อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง www.hkex.com.hk)

ปัจจัยหนุนที่ทำให้การลงทุนอีทีเอฟทั่วโลกเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง คือ 1.มีค่าธรรมเนียมการจัดการ หรือค่าใช้จ่ายที่ต่ำ สะท้อนได้จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงที่ระบุว่าอีที เอฟ ตลาดสหรัฐฯ ในปี 2559 มีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยเพียง 0.23% ขณะที่กองทุนรวมอ้างอิงดัชนี และกองทุนรวมเชิงรุก มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 0.73% และ 1.45% ตามลำดับ

2.ใช้เงินเริ่มต้นลงทุนน้อย 3.ช่วยกระจายความเสี่ยงในพอร์ตลงทุน 4.ซื้อขายสะดวกเหมือนหุ้น 5.เข้าถึงการลงทุนในหลายสินทรัพย์ 6.รู้ราคาทันที เนื่องจากสามารถซื้อขายได้ผ่านตลาดหลักทรัพย์ต่างจากกองทุนที่ต้องรอมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) สิ้นวัน และ 7. มีอีทีเอฟ หลากหลายประเภทให้เลือกลงทุน เช่น อีทีเอฟ ที่ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก ทองคำ น้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ เป็นต้น

ปัจจุบันอีทีเอฟในตลาดสหรัฐฯ มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีจดทะเบียน 2,062 ตัว มูลค่าตลาดกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 120 ล้านล้านบาท ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมีเงินไหลเข้าอีทีเอฟในสหรัฐ แล้วกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 6 ล้านล้านบาท ส่วนอีทีเอฟที่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกงมีจำนวน 110 ตัว คิดเป็นมูลค่าตลาด 3 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือคิดเป็นประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท (ตัวเลข ณ สิ้นเดือนก.ย.2562) กล่าว

ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนหุ้นต่างประเทศ แนะนำการลงทุนอีทีเอฟทั่วโลกว่านักลงทุนสามารถลงทุนตามพอร์ต การลงทุนของทีม BLS Global Investing ผ่านตลาดหุ้นที่หลักทรัพย์บัวหลวงเปิดให้บริการ ภายใต้ชื่อ “ETF Model Portfolio” ที่ได้จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 8 ต.ค.2562 ซึ่งจะลงทุนใน ETF ทั้งหมด 7 ตัว เน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตดี พื้นฐานแข็งแกร่ง และมูลค่าพื้นฐานเหมาะสม

ทั้งนี้ ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนในรูปของสกุลดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ 4.68 % หรือผลตอบแทนในรูปเงินบาทอยู่ที่ 4.61% (ข้อมูลผลตอบแทน ณ วันที่ 8 พ.ย. 2562)