จาก"คาราบาวตะวันแดง" สู่"คาราบาวกรุ๊ป" เพื่อล่าฝันระดับโลก

  • วันที่ 16 พ.ย. 2562 เวลา 13:00 น.

จาก"คาราบาวตะวันแดง" สู่"คาราบาวกรุ๊ป" เพื่อล่าฝันระดับโลก

เอ่ยชื่อ"คาราบาวกรุ๊ป" หน้าน้าแอ๊ด แห่งวงคาราบาว ก็ผุดขึ้นมาทันที แต่จริง ๆ แล้ว บริษัทนี้มีทีมงานที่แข็งแกร่งโดยมี "เสถียร เศรษฐสิทธิ์"เป็นพี่ใหญ่ พวกเขามีเป้าหมายเดียวกัน คือ "ล่าฝันระดับโลก" ภายใต้วิสัยทัศน์ “สินค้าระดับโลก แบรนด์ระดับโลก ”

เรื่องโดย พูลศรี เจริญ

...................................................................

บริษัท คาราบาวกรุ๊ป (CBG) ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่ซบเซา โดยไตรมาส 3 ปี 2562 มีกำไรสุทธิ 726 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 521 ล้านบาท เติบโต 253.9 % เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 1,673 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,179 ล้านบาท หรือเติบโต 239 % จากช่วงเดียวกันปีก่อน

-จากหลักพันล้าน สู่หลักหมื่นล้าน

รายได้คาราบาวกรุ๊ป เติบโตต่อเนื่อง จาก 7,874 ล้านบาท ในปี 2558 กระโดดขึ้นสู่ระดับหมื่นล้านบาทในปีถัดมา

ล่าสุดปี 2561 มีรายได้รวม 1.5 หมื่นล้านบาท มีกำไรสุทธิ 1,158.57 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 1,245.81 ล้านบาท 

หมาด ๆ งวด 9 เดือน คาราบาวกรุ๊ป มีรายได้จากการขายรวม 10,976 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 394 ล้านบาท หรือเติบโต 3.7 %

ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ตัวเอง 9,565 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 409 ล้านบาท หรือเติบโต 4.5 % มีสัดส่วนธุรกิจในประเทศ 46 % และต่างประเทศ 54 %

มีรายได้จากเครื่องดื่มบำรุงกำลังในต่างประเทศ 5,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 407 ล้านบาท หรือเติบโต 8.5 % ส่วนใหญ่เป็นยอดขายจากกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ตามด้วย จีน

ขณะที่มีรายได้ส่งออกไปยังประเทศอื่นรวมกัน 541 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 331 ล้านบาท หรือเติบโต 157.4 % ปัจจัยหนุนจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในประเทศอัฟกานิสถาน เยเมน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 

-วิสัยทัศน์ “สินค้าระดับโลก แบรนด์ระดับโลก ”

คาราบาวกรุ๊ป ภายใต้การนำของเสถียรและทีมงานที่แข็งแกร่ง ได้เดินตามแผนยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งมั่นที่จะนำพาองค์กรให้ก้าวสู่เวทีโลก ภายใต้วิสัยทัศน์ “สินค้าระดับโลก แบรนด์ระดับโลก ”

จากเป้าหมายดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการลงทุนครั้งใหญ่สำหรับผลิตสินค้าที่มีมาตรฐานระดับโลก เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกทั่วโลก จึงได้ลงทุนสร้างฐานการผลิตครบวงจรที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

โดยมีโรงงานผลิตขวดแก้ว (APG) และโรงงานผลิตกระป๋องอลูมิเนียม (ACM) เพื่อป้อนวัตถุดิบให้กับโรงงานผลิตเครื่องดื่มบำรุงกำลัง (CBD) โดยได้วางระบบการผลิตโดยใช้เทคโนโลยี และเครื่องจักร ที่ทันสมัย ประกอบกับการบริหารจัดการด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทุกขั้นตอน ซึ่งโรงงานทั้งหมดเป็นโรงงานที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้

หลังจากเปิดโรงงานบรรจุแห่งแรกที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ในปี 2557 ถัดมาปี 2561 คาราบาวกรุ๊ป ได้ขยายโรงงานเพิ่มเป็น 3 แห่ง ภายใต้งบลงทุนรวม 8,700 ล้านบาท เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าคุณภาพระดับโลก และสอดรับแผนสู่แบรนด์ระดับโลกของคาราบาวแดง

-เส้นทางสู่ระดับโลก

บริษัท คาราบาวตะวันแดง ได้จัดตั้ง ขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2544 เพื่อประกอบธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มบำรุงกำลังคาราบาวแดง โดยมีทุนจดทะเบียนจำนวน 1 ล้านบาท และเปิดตัวเครื่องดื่มบำรุงกำลังภายใต้เครื่องหมายการค้า "คาราบาวแดง" เข้าสู่ตลาดในประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2545 ซึ่งเป็นการนำชื่อของ"วงคาราบาว"มาผสมผสานกับชื่อของ"โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง" ภายใต้สโลแกน “คาราบาวแดง เชิดชูนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่”

เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มผู้ถือหุ้นได้เล็งเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจให้ครอบคลุมให้ครบวงจร ตั้งแต่ขบวนการหาวัตถุดิบหลัก การผลิต การตลาด และการจัดจำหน่ายให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้ตั้งบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ขึ้น เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2557 และนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2557

-ชูกลยุทธ์ สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง พาแบรนด์“Carabao”สู่ตลาดโลก

เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาวกรุ๊ป กล่าวในรายงานประจำปี 2561 ว่า สำหรับตลาดต่างประเทศบริษัทฯยังคงมุ่งมั่นสร้างแบรนด์ “Carabao” ให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก ผ่านการสารใน Football Platform อย่างต่อเนื่อง

ทั้งโดยการจัดการแข่งขันอิงลิชฟุตบอลลีก (EFL) ภายใต้ชื่อ “Carabao Cup” ซึ่งถ่ายทอดสดแพร่ภาพไปทั่วโลก และการสนับสนุนทีมสโมสรฟุตบอลเชลซี ส่งผลให้แบรนด์ “Carabao” เป็นที่รู้จักและช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดไปยังคู่ค้าใหม่ๆ ในต่างประเทศ

 

คาราบาวกรุ๊ป ในวันนี้ถือว่ามาได้ไกล จากการทุ่มเงินมหาศาลตั้งแต่หลังบ้าน หรือการมีโรงงานผลิตสินค้าที่ต้องได้รับการยอมรับในระดับโลก การทุ่มงบด้านการตลาดเพื่อให้แบรนด์ผงาดในระดับโลก เหนืออื่นใด คือ การมีทีมงานที่แข็งแกร่งภายใต้การนำของ"เสถียร"ที่เขาลั่นวาจาไว้ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้จากการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯจะต้องใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ เพราะเป็นเงินของผู้ถือหุ้น

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ