บล.บัวหลวง ปักหมุด“หุ้นเวียดนาม”น่าลงทุน

  • วันที่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 06:00 น.

บล.บัวหลวง ปักหมุด“หุ้นเวียดนาม”น่าลงทุน

รับเศรษฐกิจโตเกินคาด ขณะที่ 3 ดัชนีใหม่ในตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ ดึงเงินไหลเข้า

นายรัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ ผู้อำนวยการ หัวหน้าฝ่าย Global Investing บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดหุ้นต่างประเทศที่เหมาะกับการลงทุนในระยะยาว ปัจจัยหนุนจากกำลังซื้อภายในประเทศ เริ่มคึกคักมากขึ้น สะท้อนผ่านตัวเลขเศรษฐกิจ (GDP) ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2562 ออกมาดีเกินคาดที่ระดับ 7.31%

นอกจากนั้นยังมีโอกาสที่จะเห็นเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติหน้าใหม่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเวียดนามมากขึ้น หนุนโดย 2 ปัจจัยหลัก คือ 1.FTSE บริษัทจัดทำดัชนีในระดับสากลได้นำเวียดนามเข้าสู่รายการเฝ้าดู (Watchlist) สำหรับการจัดประเภทเป็น “ตลาดเกิดใหม่” (Secondary Emerging market) ซึ่งหากเวียดนามปรับปรุงเรื่องระบบการชำระราคาได้สำเร็จ มีโอกาสสูงที่อาจเห็นเวียดนามได้รับการอัพเกรดในช่วงปลายปี 2563

2.ตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์เตรียมยกระดับการพัฒนาตลาดทุน ด้วยการออก 3 ดัชนีใหม่ คือ 1.ดัชนี Vietnam Diamond Index (VN Diamond) อ้างอิง 5 กลุ่มอุตสาหกรรม คือ ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ ไอที และค้าปลีก โดยหุ้นที่เข้าข่ายต้องเป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องสูง และ Foreign Room เต็ม เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนได้เพิ่มขึ้น 2.Vietnam Leading Financial Index (VNFIN Lead) และ 3. Vietnam Select Sector Index (VNFIN Select) เป็นดัชนี ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นกลุ่มธนาคาร จากปัจจัยดังกล่าวน่าจะส่งผลให้ตลาดหุ้นเวียดนามมีความคึกคักมากขึ้น

แนะนำ 3 หุ้นเด่นประจำตลาดหุ้นเวียดนามว่า 1.หุ้น SABECO หรือ SAB (กลุ่ม Thaibev ถือหุ้นสัดส่วน 53.59%) ผู้ดำเนินธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายใหญ่ที่สุดในเวียดนามที่มีส่วนแบ่งการตลาดเฉลี่ย 45.7% และเป็นอันดับที่ 21 ของโลก ปัจจุบันมีโรงงาน 25 แห่ง กำลังการผลิต 1.8 พันล้านลิตรต่อปี โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทติดอันดับ 3 ใน 10 ของผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายมากที่สุดในตลาดเวียดนาม

สำหรับเหตุผลที่ทำให้หุ้น SAB น่าลงทุนเกิดจากเวียดนามมีสัดส่วนประชากรเป็นคนหนุ่มสาวค่อนข้างมาก และบริโภคเยอะ ทำให้อุตสาหกรรมการผลิตเบียร์ในเวียดนามมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยสมาคมเครื่องดื่มของเวียดนาม (VBA) คาดว่า ในปี 2564 ปริมาณการดื่มเบียร์ของเวียดนามอาจเพิ่มสูงขึ้น 65% จากปัจจุบันที่บริโภคเกือบ 4,000 ล้านลิตรต่อปี ที่สำคัญหุ้นลักษณะนี้ไม่มีในตลาดหุ้นไทย

2.หุ้น Masan Group หรือ MSN ปัจจุบันดำเนิน 4 ธรกิจหลัก คือ ธุรกิจ Masan Consumer เน้นจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ,ธุรกิจ Masan Nutri-Science ผลิตและจำหน่ายเนื้อสัตว์ ,ธุรกิจ Masan Resource ขุดเจาะเหมือง และธุรกิจTechcom Bank ธนาคารเน้นรายย่อย ซึ่ง 2 ธุรกิจแรกมีความคล้ายกับธุรกิจ CPF ของไทย สำหรับจุดเด่นที่ทำให้ หุ้น MSN น่าสนใจเกิดจากในระยะยาวบริษัทวางแผนจะขยายตัวไปสู่ธุรกิจสินค้าอุปโภค เช่น แชมพู และผงซักฟอก เป็นต้น เพื่อให้ครอบคลุมการใช้ชีวิตประจำวันของคนมากขึ้น ทำให้เรามองว่าธุรกิจมีศักยภาพที่จะเติบโตไปได้พร้อมกับประเทศเวียดนามที่มีประชากรหนุ่มสาวจำนวนมาก

สุดท้าย คือ หุ้น Vincom Retail (VRE) ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ที่สุดในเวียดนามดำเนินธุรกิจคล้าย CPN ของไทย ปัจจุบัน VRE บริหารห้างสรรพสินค้าทั้งหมด 66 แห่งทั่วประเทศ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดเฉลี่ย 60% ถือเป็นผู้เล่นท้องถิ่นรายใหญ่ที่มีความชำนาญและเข้าใจความต้องการของคนเวียดนาม ส่วนประเด็นการลงทุน คือ บริษัทวางแผนจะสร้างห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ 13 แห่ง ภายในปี 2562 คาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการในปี 2563 ฉะนั้นหากเป็นไปตามแผน VRE จะมีห้างสรรพสินค้าทั้งสิ้น 79 แห่งทั่วประเทศ เติบโตไปกับแนวโน้มค้าปลีกของคนเวียดนาม

“เศรษฐกิจประเทศที่เติบโตได้ดี และกำลังซื้อภายในประเทศที่คึกคึกมากขึ้น ทีม Global Investing มองว่า มีโอกาสที่ดัชนี VN Index จะขยับไปยืนในกรอบเดิม 1,100-1,200 จุด ภายใน 1 ปีข้างหน้า ดังนั้นนักลงทุนควรหาโอกาสสร้างผลตอบแทนและกระจายการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามอย่างน้อย 10-20% ของพอร์ต” นายรัฐศรัณย์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต

เงินไหลออก

วันที่ 05 ต.ค. 2561

เฮียริ่งเกณฑ์ SP

วันที่ 02 ต.ค. 2561

ลุ้นผลประชุมเฟด

วันที่ 26 ก.ย. 2561

หุ้นพลังงานดัน

วันที่ 21 ก.ย. 2561

ข่าวอื่นๆ