ธปท.สั่งแบงก์อุ้มลูกหนี้เอสเอ็มอี

  • วันที่ 09 ต.ค. 2562 เวลา 17:39 น.

ธปท.สั่งแบงก์อุ้มลูกหนี้เอสเอ็มอี

ธปท. ออกหนังสือเวียนถึงสถาบันการเงิน ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้ SMEs

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 1 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน ทั้งจากเรื่องสงครามการค้าโลก และภาวะภัยธรรมชาติในประเทศที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ SMEs ธปท. จึงได้สื่อสารไปยังสถาบันการเงินผู้ปล่อยสินเชื่อ ให้ช่วยลูกหนี้แก้ไขปัญหาหรือปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้ SMEs ที่ได้รับผลกระทบและยังมีศักยภาพให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

นอกจากนี้ ธปท. ยังได้ออกหนังสือเวียน เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2562 ไปยังสถาบันการเงิน เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และแนวนโยบายการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยเฉพาะในส่วนที่สถาบันการเงิน (สง.) จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 (IFRS 9) ที่จะเริ่มใช้วันที่ 1 ม.ค. 2563 เพื่อส่งเสริมให้ สง. ปรับการจัดชั้นลูกหนี้ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่มีแนวโน้มเครดิตดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ SMEs ให้สามารถขอสินเชื่อใหม่เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ทั้งนี้หนังสือเวียนดังกล่าวเป็นการซักซ้อมความเข้าใจในแนวปฏิบัติ ซึ่งยังคงเป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

โดยสรุป สาระสำคัญของหลักเกณฑ์และแนวนโยบายการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ดังกล่าว มี ดังนี้

ตามมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 (IFRS 9) ที่จะประกาศใช้วันที่ 1 มกราคม 2563 จะมีการแบ่งชั้นลูกหนี้แบบใหม่เป็น 3 ระดับชั้น ได้แก่ Stage 1 กลุ่มที่ไม่มีการเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงด้านเครดิต, Stage 2 กลุ่มที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ Stage 3 กลุ่มลูกหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) ธปท. จึงได้สื่อสารให้ สง. ดังนี้

1. การปรับโครงสร้างหนี้ที่ยังไม่เป็น NPL ไม่ถือว่าเป็นหนี้ที่มีปัญหา (Troubled debt restructuring: TDR) และไม่ต้องรายงานเครดิตบูโร โดยการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใน stage 2 หากลูกหนี้ชำระหนี้ติดต่อกัน 3 เดือน หรือ 3 งวด ให้ปรับขึ้นเป็น stage 1 ได้

2. การปรับโครงสร้างหนี้ที่เป็น NPL

2.1 หาก สง. ปรับปรุงโครงสร้างหนี้สามารถเลื่อนชั้นลูกหนี้จาก stage 3 เป็น stage 2 ถ้าลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้ติดต่อกัน 3 เดือน หรือ 3 งวด ตามเงื่อนไขใหม่ได้ และหลังจากนั้น หาก สง. พิจารณาว่าลูกหนี้จะสามารถปฏิบัติได้ตามสัญญาและไม่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น สง. สามารถพิจารณาลูกหนี้ขึ้นเป็น stage 1 โดยไม่ต้องรอครบ 9 เดือนตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด

2.2 หาก สง. เห็นว่าการให้สินเชื่อประเภทเงินทุนหมุนเวียน (working capital) แก่ลูกหนี้ NPL เพิ่มเติมจะช่วยให้ลูกหนี้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ให้ สง. พิจารณาให้สินเชื่อเพิ่มเติมแก่ลูกหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้นั้นได้

ทั้งนี้ การซักซ้อมความเข้าใจในแนวปฏิบัติข้างต้นจะมีผลดีต่อ SMEs ดังนี้

1.ช่วยให้ลูกหนี้ที่ยังมีศักยภาพสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

2.ช่วยรองรับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน

3.ช่วยให้ลูกหนี้สามารถพลิกฟื้นธุรกิจอย่างทันท่วงที

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ