บล.ไอร่า แนะดักทางซื้อหุ้นเด่นเดือนตุลาคม

  • วันที่ 08 ต.ค. 2562 เวลา 16:10 น.

บล.ไอร่า แนะดักทางซื้อหุ้นเด่นเดือนตุลาคม

ประเมินภาพรวมลงทุนเดือนต.ค.ผันผวน ปัจจัยภายนอกตัวแปรหลัก

ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ไอร่า (AIRA)ประเมินทิศทางตลาดและกลยุทธ์การลงทุนช่วงเดือนต.ค.62 ว่า ยังผันผวน ส่วนภาพรวมเชิงบวกยังคงมีแรงเก็งกำไรจากผลประกอบการไตรมาส 3/62 ดังนั้นคาดว่าจะมีแรงเก็งกำไรในเรื่องดังกล่าวต่อเนื่องถึงกลางช่วงเดือนพ.ย.นี้ นอกจากนี้ให้จับตาความเป็นไปได้ที่สถาบันจัดอันดับ ความน่าเชื่อถือเพิ่มอันดับเครดิตประเทศไทย ช่วงปลายปี 62 –ต้นปี 63

ในขณะที่มาตรการชิมช็อปใช้ เข้ามาสร้างบรรยากาศเชิงบวกในภาคการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยกระตุ้นจีดีพีไตรมาส 4/62 ได้ประมาณ 0.2 – 0.3% พร้อมกันนี้ ยังมีการออกมาคาดการณ์ว่ารัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง เพื่อช่วยชดเชยการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ลดลง รวมถึงการส่งออกหดตัว ในขณะเดียวกันจากภาพรวมของการประเมินมีหลายๆฝ่าย ออกมาคาดการณ์ปรับเป้าหมายจีดีพีปี 62 ลง โดยมองว่ามีแนวโน้มต่ำกว่า 3.0%

ส่วนภาคการท่องเที่ยว จะเห็นได้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ช่วงเดือนส.ค. 62 อยู่ที่ 3.47 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7%จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วง เดือนก.ค 62 โดยเป็นนักท่องเที่ยวจีน 1.03 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้น 19 %จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับก.ค 62 ประมาณ 6% ดังนั้นจะเห็นได้ว่าภาคการท่องเที่ยวเริ่มมีการฟื้นตัว โดยล่าสุดในช่วง 8 เดือนแรก มีจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 26.56 ล้านคน ทำให้มองว่าภายในปี 62 นี้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยว ประมาณ 40 – 41 ล้านคน ซึ่งเป็นเป้าหมายการเติบโตที่รัฐบาลประเมินไว้

ส่วนปัจจัยต่างประเทศต้องจับตาต่อเนื่อง ภายใต้ความกังวลต่อสงครามการค้าครั้งใหม่ ระหว่างสหรัฐฯ และอียู และอยู่ระหว่างติดตามการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีน (10 – 11ต.ค. 62) หากมีความชัดเจนและส่งสัญญาณดี คาดว่าเป็นปัจจัยหนุนภาพรวมตลาดฯ แต่ในทางกลับกันหากยังไม่สามารถตกลงกันได้ คาดว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่าง 2 ประเทศ อาจจะทวีคูณเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกดดันภาพรวมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้ความกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว รวมถึงประเด็นสงครามการค้าที่ยังมีความไม่แน่นอน คาดว่ายังกดดันหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี และกลุ่มพลังงาน ที่คาดว่าความต้องการชะลอตัวตามทิศทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มและภาพรวมการลงทุนที่ยังคงมีการผันผวนต่อเนื่อง ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยฯ ออกมาประเมินกลยุทธ์การลงทุน โดยให้กรอบสัญญาแนวรับสำคัญไว้ที่ 1,599 จุด หากหลุดแนวรับดังกล่าว จะถือเป็นสัญญาณขาย นอกจากดัชนีจะสามารถปรับขึ้นไปยืนเหนือ 1,620 จุดได้ ดังนั้นจึงแนะนำลงทุนหุ้นกลุ่มอิงกำลังซื้อที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ อาทิ กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มค้าปลีก เป็นต้น 

พร้อมทั้ง แนะลงทุนหุ้นกลุ่ม ที่สามารถรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่มีความผันผวน เช่น กลุ่มโรงไฟฟ้า เป็นต้น และทยอยสะสมหุ้นเชิงพื้นฐานที่ผลการดำเนินงานเติบโต ต่อเนื่องในปี 2563

ข่าวอื่นๆ