ผลสำรวจซีอีโอในตลาดหุ้นรับเศรษฐกิจแย่

  • วันที่ 07 ต.ค. 2562 เวลา 15:28 น.

ผลสำรวจซีอีโอในตลาดหุ้นรับเศรษฐกิจแย่

ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซีอีโอ คาดว่าจะรักษาระดับการลงทุนในระดับเดิม รอดูความชัดเจนของสถานการณ์เศรษฐกิจ เพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เผยผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (CEO Survey) : Economic Outlook ในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2562 โดยซีอีโอคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 จะเติบโตลดลงจากการสำรวจครั้งก่อน โดยคาดว่าในปี 2562 เศรษฐกิจไทยจะเติบโตในช่วง 2% ถึง 3%

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปีจะได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยภายในประเทศเป็นสำคัญ ทั้งนโยบายการคลังและการใช้จ่ายภาครัฐ เสถียรภาพการเมืองไทย และการท่องเที่ยว

ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยเป็นปัจจัยที่มีความเชื่อมโยงกับต่างประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์เศรษฐกิจโลก สงครามการค้า ค่าเงินบาทหรือการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากทิศทางการค้า โดย 85% ของซีอีโอ ที่ตอบแบบสอบถามคาดว่าสงครามการค้าจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจไทย

ซีอีโอ คาดว่าทิศทางอุตสาหกรรมของบริษัทจดทะเบียนในครึ่งหลังของปี 2562 มีทิศทางที่แย่ลงเมื่อเทียบกับการสำรวจครั้งก่อน โดย 42% ของ ซีอีโอ คาดว่าอุตสาหกรรมของตนจะแย่ลงตามทิศทางภาวะเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม 31% คาดว่าอุตสาหกรรมจะปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากครึ่งแรกของปี 2562

อย่างไรก็ตาม 52% ของซีอีโอ คาดว่าผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2562 จะปรับตัวดีขึ้นและรายได้รวมของปี 2562 จะเติบโตมากกว่า 6% โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในหมวดพาณิชย์ หมวดการแพทย์ หมวดประกันภัยและประกันชีวิต เป็นต้น

 

แนวโน้มการลงทุนในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซีอีโอ คาดว่าจะรักษาระดับการลงทุนในระดับเดิม โดยรอดูความชัดเจนของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน อย่างไรก็ตาม พบว่า 50% ของซีอีโอ วางแผนในการขยายการลงทุนในต่างประเทศ เป้าหมายหลักในการลงทุนต่างประเทศยังคงเป็นประเทศในกลุ่มเพื่อนบ้านในอาเซียน ทั้งในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (CLMV) และอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์

ด้านการส่งออก คาดการณ์การส่งออกในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2562 มีการเปลี่ยนทิศทางจากการสำรวจครั้งก่อน โดย 36% คาดว่าจะอยู่ในระดับเดิม ขณะที่ 33% คาดว่าจะแย่ลง และ 31% คาดว่าจะดีขึ้น

ขณะที่ซีอีโอ ส่วนใหญ่มีความกังวลใจมากขึ้นเกี่ยวกับกำลังซื้อภายในประเทศ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักในปัจจุบัน และมีความวิตกกังวลเพิ่มขึ้นมากสำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจของคู่ค้าต่างประเทศ โดยขยับมาเป็นอันดับ 2 จากอันดับ 8 ขณะที่ปัญหาขาดแคลนแรงงานมีฝีมือลดลงไปอยู่อันดับ 3

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ