ครม.ลดภาษีเครื่องดื่มเว้นภาษียาเส้น

  • วันที่ 25 ก.ย. 2562 เวลา 07:35 น.

ครม.ลดภาษีเครื่องดื่มเว้นภาษียาเส้น

ครม. เห็นชอบลดภาษีเครื่องดื่มผสมคอลลาเจน และเว้นการเก็บภาษียาเส้นบรรเทาผลกระทบชาวไร่

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2562 ได้เห็นชอบมาตรการทางภาษีสรรพสามิต 2 มาตรการ ส่วนแรกเป็นการออกพิกัดภาษีสรรพสามิตใหม่สำหรับเครื่องดื่มนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ (Functional Drink) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนบริโภคเครื่องดื่มที่ส่งผลดีต่อสุขภาพมากขึ้น โดยในส่วนของเครื่องดื่มประเภทน้ำเปล่าที่มีส่วนผสมของนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ เช่น การผสมคอลลาเจน ผสมวิตามินจะถูกเก็บภาษีเพียง 10% ลดจากเดิมที่ต้องเสียภาษีในพิกัดเครื่องดื่มทั่วไปที่ 14%

นอกจากนี้ เครื่องดื่มประเภทน้ำผัก ผลไม้ ที่มีส่วนผสมของนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ จะได้ถูกเก็บภาษีเพียง 3% ซึ่งลดลงจากเดิมที่ต้องเสียภาษีถึง 10% โดยการออกพิกัดภาษีเครื่องดื่มทั้ง 2 ประเภทจะมีผลบังคับใช้พร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2562 ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้แนวโน้มของราคาเครื่องดื่มทั้ง 2 ประเภทมีโอกาสปรับลดลงขวดละ 1-3 บาท จากปัจจุบันที่มีขายในท้องตลาดขวดละ 20-30 บาท แต่สุดท้ายราคาจะลดลงหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับแผนการตลาดของผู้ผลิตด้วย

นอกจากนี้ ครม. ยังมีมติเห็นชอบมาตรการทางภาษีสรรพสามิตเพื่อเยียวยาช่วยเหลือชาวไร่ยาเส้น โดยมีการปรับลดการเก็บภาษีสรรพสามิตยาเส้นให้กับชาวไร่ หรือโรงงานขนาดเล็กที่มีการทำเอง หั่นเอง ขายเอง และมียอดผลิตไม่เกิน 12,000 กิโลกรัมต่อปี ให้ลดการจัดเก็บภาษีจาก 10 สตางค์ต่อกรัม เหลือ 2.5 สตางค์ต่อกรัม ซึ่งจะช่วยให้ชาวไร่ และโรงผลิตยาเส้นขนาดเล็กซึ่งมีอยู่ถึง 30-40% ได้รับประโยชน์ สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่หันมาทำยาเส้นได้มากขึ้น โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป

ขณะเดียวกันยังมีมาตรการอำนวยความสะดวกให้ชาวไร่ผู้ปลูกใบยาเส้นและนำไปจำหน่ายตรงให้กับโรงงานในรูปแบบวัตถุดิบ ให้เสียภาษีในอัตรา 0% ซึ่งแต่เดิมชาวไร่ได้รับการยกเว้นภาษีการขายใบยาเส้นเป็นวัตถุดิบให้โรงงานอยู่แล้ว แต่ในขั้นตอนปฏิบัติมีความยุ่งยากทำให้บางส่วนเลือกเสียภาษีแทน เพราะแต่ก่อนอัตราภาษีไม่สูงมากนัก แต่ปัจจุบันภาษีเมื่อมีการขึ้นภาษีทำให้ชาวไร่เริ่มได้รับผลกระทบ กรมสรรพสามิตจึงมีการเสนอให้ปรับปรุงเงื่อนไขให้สะดวกยิ่งขึ้นเพื่อให้เกษตรกรได้รับการยกเว้น เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายแก่ชาวไร่ซึ่งเริ่มใช้ต้นปีหน้าเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ได้รายงานเสนอ นายอุตตม สาวนายน รมว. เพื่อเก็บภาษีสรรพสามิตใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้การเก็บภาษีปีงบประมาณ 2563 ที่จะเริ่มวันที่ 1 ต.ค. 2562 นี้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในเอกสารงบประมาณ 6.42 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตคาดว่าการเก็บภาษีจะได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากคาดว่าเศรษฐกิจปี 2563 จะขยายตัวได้ไม่น้อยกว่า 3% ทำให้การเก็บภาษีขยายตัวเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจจำนวน 1.81 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตได้เสนอ รมว.คลัง ปรับเปลี่ยนวิธีการชำระภาษีน้ำมัน ซึ่งจะส่งผลให้รายได้เพิ่มมากขึ้น 1.2 หมื่นล้านบาท

ขณะเดียวกัน การเก็บภาษีความหวานเครื่องดื่มๆ ต่าง จะมีผล 1 ต.ค. 2562 หลังจากให้เวลาการปรับตัวมาเป็นเวลา 2 ปี จะทำให้การเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น 1,900 ล้านบาท และการเก็บภาษีสรรพสมิตเครื่องดื่มที่มีนวตกรรม (Functional Drink) ได้ภาษีเพิ่มอีก 100 ล้านบาท

กรมสรรพสามิตเก็บภาษีรถจักร์ยานยนต์จากการปล่อย CO2 จะทำให้การเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 500 ล้านบาท รวมถึงมาตรการเสริมอื่นๆ การป้องกันและปราบปรามการหลักเลี่ยงภาษีสรรพสามิตของสินค้าต่างๆ จะทำให้เก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นอีก 4,950 ล้านบาท

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ