AWC เอฟเฟ็กต์ กับโอกาสซื้อหุ้นกลุ่ม SET 50

  • วันที่ 24 ก.ย. 2562 เวลา 10:57 น.

AWC เอฟเฟ็กต์ กับโอกาสซื้อหุ้นกลุ่ม SET 50

ช่วง 1-3 สัปดาห์ข้างหน้านี้ บล.ทรีนิตี้ แนะนำให้ใช้กลยุทธ์ Buy on weakness ซื้อหุ้นพื้นฐานดี IVL IRPC BH CPF ADVANC

ประเด็นร้อนที่กล่าวถึงกันในตลาดหุ้นขณะนี้ได้แก่ ผลกระทบของการทำไอพีโอของหุ้นบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนสถาบันในประเทศต้องกันเงินส่วนหนึ่งโดยการขายหุ้นในพอร์ตเพื่อเป็นสภาพคล่องในการจองซื้อหุ้นดังกล่าว ซึ่งเตรียมจะเข้าซื้อขายในช่วงต้นเดือนต.ค.นี้

นอกจากนี้หุ้น AWC จะได้รับการเข้า SET-50 ทันที เมื่อเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะถือว่ามีสัดส่วนมูลค่าตลาดที่มากกว่า 1% จากทั้งหมดอันเป็นไปตามเกณฑ์ จึงทำให้มีการคาดว่าจะกองทุนฯที่มีนโยบายลงทุนแบบเชิงรับใน SET50 จะต้องมีน้ำหนักการลงทุนใน AWC จึงมีการขายหุ้นออกมา อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัท

ที่ปรับพอร์ตขณะนี้แค่"แอคทีฟฟันด์"

มีมุมมองที่น่าสนใจของ ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ โดยระบุว่า การปรับพอร์ต ณ ขณะนี้ คงทำได้เฉพาะกองที่เป็นประเภทแอคทีฟฟันด์เท่านั้น เนื่องจากกองทุนประเภทเชิงรับ (Passive fund) ที่อิงกับดัชนี SET50 และ SET100 จะต้องรอให้ทางตลาดฯประกาศการนำเข้าหุ้น AWC เข้าคำนวณเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีเสียก่อน

ทั้งนี้ หากการเข้ามาของหุ้น AWC ในดัชนี SET50 เกิดขึ้นจริง ก็จะทำให้น้ำหนักหุ้นอีก 49 ตัวที่เหลือในดัชนีโดนปรับลดหลั่นกันไปตามอัตราส่วนโดยอัตโนมัติ โดยตัวที่มีแนวโน้มสูงที่จะถูกตัดออกจากดัชนี SET50 แทนก็คือ KKP และถูกตัดออกจาดัชนี SET100 ก็คือ BEAUTY ซึ่งเป็นตัวหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป)ปัจจุบันต่ำที่สุด

จับตา 16 ต.ค.หุ้นในดัชนี SET 50 จะปรับตัวต่ำกว่าตลาด

อย่างไรก็ดี จากการศึกษาของบล.ทรีนิตี้ ในอดีตพบว่าหุ้นที่ถูกปรับลดน้ำหนักหรือหุ้นที่ถูกถอดออกจากดัชนี SET50 นั้น มักปรับย่อตัวลงในช่วง 3 สัปดาห์ก่อนหน้าวันบังคับใช้จริงไปจนถึงวันบังคับใช้จริง (Effective date) เท่านั้น

ซึ่งในกรณีนี้ หาก AWC มีการเข้าซื้อขายช่วงวันที่ 10 ต.ค.62 ตามที่คาดไว้ วันบังคับใช้จริงก็จะตรงกับช่วงประมาณวันที่ 16 ต.ค. (T+3) ซึ่งจะทำให้ช่วงเวลาที่หุ้นอื่นๆในดัชนี SET50 ปรับตัวต่ำกว่าตลาด (Underperform ) นั้นก็จะตรงกับช่วงนี้ไปจนถึงกลางเดือนต.ค.นั่นเอง แต่หลังจากนั้นหากอิงสถิติในอดีตแล้ว มักพบว่าหุ้นกลุ่มนี้ มักมีการปรับตัว เหนือตลาด (Outperform) กลับมาได้เช่นกัน กล่าวโดยสรุป คงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้ดัชนีหุ้นไทยย่อลงในช่วงนี้นั้นมาจากการเตรียมเข้าไอพีโอของหุ้น AWC ซึ่งมีแนวโน้มสูงที่จะถูกนำเข้าสู่ดัชนี SET50 ทันที แต่หากอิงจากสถิติในอดีต ทำให้บล.ทรีนิตี้ ประเมินว่าตลาดหุ้นไทย นำโดยหุ้นในดัชนี SET50 มีโอกาสที่จะกลับมารีบาวด์ได้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนต.ค.เป็นต้นไป

โอกาสซื้อหุ้นตัวไหนบ้าง

ด้วยเหตุนี้ ในช่วง 1-3 สัปดาห์ข้างหน้านี้ บล.ทรีนิตี้ แนะนำให้ใช้กลยุทธ์ Buy on weakness ไปยังหุ้นพื้นฐานดีใน SET 50 ที่ปรับลงมาแรง ซึ่งล่าสุด หากนับตั้งแต่วันที่ SET ขึ้นไปทำจุดสูงสุดของรอบนี้เมื่อวันที่ 11 ก.ย.จะได้แก่ IVL, IRPC, BH, CPF, ADVANC (เรียงตามลำดับการปรับตัวลง)

นอกจากนั้น สำหรับผู้ที่สนใจจะเข้าลงทุนในหุ้น KKP ที่คาดว่าจะหลุด SET50 นั้น แนะนำให้รอจังหวะในช่วง 1-2 วันก่อนวัน Effective date เป็นจังหวะในการเข้าซื้อ น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยกว่า ให้แนวรับ 1,611 แนวต้าน 1,642 จุด

ข้อมูลหุ้นAWC ไอพีโอมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ประเภทธุรกิจ ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ซึ่งประกอบธุรกิจหลักในการพัฒนารวมถึงดำเนินกิจการอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Retail and Commercial Building) ประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการการค้า (Retail and Wholesale) และกลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงาน (Office) ที่ได้รับความสนใจสูง เพราะเป็นสินทรัพย์ในกลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดีมูลค่าตลาด (มาร์เก็ตแคป) ณ ราคาไอพีโอสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากจำนวนหุ้นทั้งหมด 8,000 ล้านหุ้น แบ่งเป็นหุ้นไอพีโอ 6,957 ล้านหุ้น และหุ้น กรีนชู เผื่อไว้อีก 1,043 ล้านหุ้น ที่ราคาจอง 6.00 บาท คิดเป็นมูลค่าตลาดถึง 48,000 ล้านบาท และเป็นจำนวนหุ้นทั้งหมดหลังไอพีโอที่ 32,000 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าตลาดถึง 192,000 ล้านบาท วันเปิดขาย 25-27 ก.ย.62 และสถาบัน 1-3 ต.ค.62 ในเบื้องต้นคาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดฯได้ในเดือน ต.ค.62

ข่าวอื่นๆ