"เอ็มทีเอส"รุกตลาดทองคำจีน เชื่อมเส้นทางสายไหม

  • วันที่ 20 ก.ย. 2562 เวลา 17:13 น.

"เอ็มทีเอส"รุกตลาดทองคำจีน เชื่อมเส้นทางสายไหม

ได้สิทธิเป็นผู้ค้าทองรายใหญ่ของไทย สามารถซื้อขายทองคำในตลาดเซี่ยงไฮ้ พร้อมต่อยอดธุรกิจการลงทุนครบวงจรในตลาดเอเชีย

นายณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประธานฝ่ายบริหารบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ กรุ๊ป เปิดเผยว่าบริษัทได้ขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดค้าทองคำเซี่ยงไฮ้ (SGE)โดยการได้รับสิทธิในการเข้าถึงและซื้อขายสินค้ากับตลาด SGEและมีใบอนุญาตอย่างถูกต้องทั้งในสินค้าประเภท Physical และ Trading ร่วมกับสมาชิกกว่า 110 ประเทศทั่วโลก

สำหรับตลาดค้าทองคำ เซี่ยงไฮ้ เป็นหนึ่งในตลาดศูนย์กลางการซื้อขายทองคำระดับโลกที่ได้รับการจัดตั้งโดยธนาคารกลางจีน เพื่อให้มีการซื้อขายทองคำและบริการอื่นๆ ตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบันถือได้ว่าตลาดซื้อขายทองคำขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลกและคาดว่าการขยายธุรกิจในครั้งนี้จะทำให้บริษัทมีรายได้จากปริมาณการซื้อขายทองคำเพิ่มขึ้น 30% เนื่องจากความต้องการทองคำที่เพิ่มขึ้นในตลาดดังกล่าว

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทในเครือเอ็มทีเอส โกลด์ ได้ขยายตลาดซื้อขายทองคำไปสู่ความเป็นสากลมากขึ้นในเอเชียไปยังฮ่องกง สิงคโปร์ และในปีที่ผ่านมาบริษัทยังได้รับสิทธิในการเป็นโบรกเกอร์ทองคำรายแรกของประเทศในการเข้าถึงตลาดทองคำ COMEX ที่บริหารจัดการโดย CME Group

สำหรับปี 62 นี้ได้ขยายธุรกิจให้ครอบคลุมตลาดค้าทองคำมากขึ้น โดยได้รับสิทธิในการซื้อขายสินค้าอย่างถูกต้องและมีใบอนุญาตในตลาดค้าทองคำเซี่ยงไฮ้ และถือว่าบริษัทได้ก้าวสู่อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญในนโยบาย One Belt One Road กับทางการจีน หรือเป็นการเชื่อมตลาดทองไทยสู่เส้นทางสายไหมทองคำ

บริษัทฯ เชื่อว่าการขยายธุรกิจในครั้งนี้จะทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้มากขึ้นจากปริมาณการซื้อขายกับตลาดทองคำที่มีขนาดใหญ่ อาจเปรียบได้กับการซื้อขายในหนึ่งวันของทางจีนจะเท่ากับการซื้อขายตลาดทองคำไทยทั้งปี โดยจะเห็นได้ถึงประเทศเศรษฐกิจที่เจริญแล้วอย่างจีน หรืออินเดีย จะมีตลาดทองคำขนาดใหญ่ที่เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติ และนอกจากนั้นยังจะช่วยต่อยอดเศรษฐกิจของไทยในการส่งออกทองคำไปยังจีนมากขึ้นจากการร่วมมือกันในครั้งนี้

"การได้สิทธิการเป็นโบรกเกอร์ทองคำในการเข้าซื้อขายสินค้ากับตลาด SGE บริษัทสามารถนำเข้าและส่งออกทองคำ การทำเครื่องประดับทอง และมีบริการซื้อขายทองคำ ได้อย่างครบวงจร ซึ่งนอกจากเป็นการขยายธุรกิจและตลาดรองรับสินค้าทองคำระหว่างประเทศมากขึ้น ยังเป็นการต่อยอดเพื่อเพิ่มโอกาสและช่องทางสำหรับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆในตลาดเมืองจีนได้ เช่น ซิลเวอร์ ยางพารา ทองแดง และน้ำมัน เป็นต้น" นายณัฐพงศ์ กล่าว 

 

 

ข่าวอื่นๆ