คลังประโคม"ชิมช้อปใช้"ซื้อลอตเตอรี่ได้

  • วันที่ 17 ก.ย. 2562 เวลา 17:00 น.

คลังประโคม"ชิมช้อปใช้"ซื้อลอตเตอรี่ได้

"อุตตม" คาด "ชิมช้อปใช้" เงินสะพัด 1 แสนล้านบาท เปิดให้ห้างใหญ่ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายโทรศัพท์ และร้านขายลอตเตอรี่ เข้าโครงการได้

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในขณะนี้ ระบบงานและแอปพลิเคชัน ในมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ “ชิมช้อปใช้” มีความพร้อมรองรับการเปิดรับลงทะเบียนประชาชน ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. 2562 ผ่าน www.ชิมช้อปใช้.com และการเดินทางท่องเที่ยวพร้อมจับจ่ายใช้สอยที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.2562 ถึงวันที่ 30 พ.ย.2562 โดยได้กำชับธนาคารกรุงไทย (KTB) ดูแลระบบอย่างไม่ให้ล่มมีปัญหาอุปสรรค กับประชาชนที่จะมาร่วมโครงการ 10 ล้านคน โดยคาดว่าจะเกิดเม็ดเงินใช้จ่ายสะพัดไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้มีการปรับหลักเกณฑ์ของมาตรการ “ชิมช้อปใช้” ให้ตอบโจทย์ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ มากขึ้น เรื่องแรก คือ “ระยะเวลาการใช้สิทธิ” โดยการใช้จ่ายวงเงิน 1,000 บาท สามารถเริ่มใช้สิทธิภายใน 14 วัน จากวันที่ได้รับเอสเอ็มเอสยืนยันสิทธิ โดยหากมีการเริ่มใช้สิทธิแล้ว จะสามารถใช้วงเงิน 1,000 บาทนั้น ต่อไปได้จนถึงวันที่ 30 พ.ย.2562

เรื่องที่ 2 คือ “ประเภทการใช้จ่าย” โดยขอบเขตการใช้งาน g-wallet ช่องที่ 2 จะครอบคลุมถึงค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าที่พักรวมถึงบริการตามปกติของที่พักนั้น ค่าซื้อสินค้าท้องถิ่น ค่าซื้อสินค้าและบริการจากร้านธงฟ้าประชารัฐ และค่าบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในท้องถิ่นนั้นอีกหลายประเภท เช่น สปา รถเช่า บริการนำเที่ยวในพื้นที่ เป็นต้น

นายอุตตม กล่าวว่า ในส่วนของผู้ประกอบการร้านค้าที่มาลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการขณะนี้มีแล้วกว่า 135,000 ร้านค้าทั่วประเทศ ประกอบด้วย ผู้ประกอบการรายใหม่กว่า 55,000 ร้านค้า สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 40,000 ร้านค้า และผู้ประกอบการรายเดิมที่มีการให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” อีกกว่า 80,000 ร้านค้า ซึ่งมั่นใจว่าจะเพียงพอต่อการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนแน่นอน โดยกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาขยายวันรับสมัครออกไปเพื่อให้ร้านค้าเข้าร่วมได้มากที่สุด จากที่จะครบกำหนดในวันที่ 20 ก.ย.2562 นี้

รมว.คลัง กล่าวว่า ยืนยันว่าการลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นร้านค้าตามมาตรการ “ชิมช้อปใช้” นี้ ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บภาษีแต่อย่างใด วัตถุประสงค์ของมาตรการนี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สนับสนุนการจับจ่ายใช้สอย เพื่อให้ร้านค้ามีลูกค้าเพิ่มขึ้นและมีทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อไปในระยะยาว จึงขอให้ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ อย่าได้เป็นกังวล

สำหรับร้านค้าที่มาลงทะเบียน 55,000 ร้านค้า ในจำนวนนี้มี 15,000 ร้านค้า รับได้เฉพาะกระเป๋าวงเงิน 1,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 40,000 ร้านค้า รับได้ทั้ง 1,000 บาท และส่วนที่เป็นวงเงินให้เติมได้ 30,000 บาท เพื่อคืนแคชแบค 15% และใน 55,000 ร้านค้าที่มาลงทะเบียนเป็นร้านค้ารายใหญ่และรายเล็ก ทั้ง ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ แต่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ต้องเลือกเพียงแห่งเดียวไม่ว่าจะมีกี่สาขาก็ตาม ส่วนร้านสะดวกซื้อ ถ้าเป็นการซื้อเฟรนไชน์ เข้าร่วมโครงการได้ทั้งหมด ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ร้านค้าลอตเตอรี่ และร้านขายโทรศัพท์มือถือก็เข้าร่วมโครงการได้

ข่าวอื่นๆ