"เฟรเซอร์สฯ"ควบรวม "โกลเด้นแลนด์"ดันพอร์ตโต 9 หมื่นล้าน

  • วันที่ 27 ส.ค. 2562 เวลา 15:04 น.

"เฟรเซอร์สฯ"ควบรวม "โกลเด้นแลนด์"ดันพอร์ตโต 9 หมื่นล้าน

ขึ้นแท่นผู้นำให้บริการแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เพิ่มศักยภาพแข่งขันFPTทั้งในประเทศและภูมิภาคอาเซียน

นายโสภณ ราชรักษา ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) หรือ FPTธุรกิจในกลุ่มตระกูลสิริวัฒนภักดี เปิดเผยว่า บริษัทฯได้เข้าซื้อกิจการของ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (GOLD)จากการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการโดยสมัครใจ สัดส่วน 94.5 % ในราคาหุ้นละ 8.50 บาท

การควบรวมกิจการในครั้งนี้ เป็นการรวมสององค์กรที่เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้าด้วยกัน จึงเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้แก่ FPT ทั้งในระดับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน พร้อมสร้างโอกาสในการเติบโตแบบก้าวกระโดดให้แก่บริษัท

นอกจากนี้ การรวบกิจการเข้าด้วยกัน จะทำให้ FPT ได้รับประโยชน์จากการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มธุรกิจอื่นที่มีความหลายหลายมากขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการใช้ประโยชน์ของที่ดินพร้อมพัฒนาและสินทรัพย์ต่างๆ โดย FPT และ GOLD จะมุ่งมั่นผสานความแข็งแกร่งระหว่างองค์กร เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ธุรกิจ ด้วยทีมงานมืออาชีพ และพันธมิตรชั้นนำของทั้งสององค์กร ตลอดจนแนวโน้มของตลาดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงมีการเติบโตที่ดี จึงมั่นใจว่า FPTจะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำการให้บริการแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรของประเทศไทยได้อย่างแน่นอน

สำหรับผลประกอบการในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2562 (1 ต.ค. 2561- 30 มิ.ย.2562) ประสบความสำเร็จมากที่สุดนับตั้งแต่การเพิ่มทุนเมื่อปี 2559 โดยกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ มีรายรับจากช่วง 9 เดือนแรกนี้ดีขึ้นมากกว่าผลงานในอดีต คิดเป็นยอดรายรับรวมถึง 4,707 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,419 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 106 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,038 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 474 ล้านบาท หรือคิดเป็น 84 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และปัจจุบัน FPT มีอัตราพื้นที่เช่าโรงงานและคลังสินค้าอยู่ที่ 81%

นอกจากนี้ FPT ยังเป็นผู้สนับสนุนและผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (FTREIT)ซึ่งเป็นกองทรัสต์อุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดใน ประเทศไทย ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ทั้งสิ้นกว่า 36,000 ล้านบาท

นายโสภณ กล่าวว่า FPT ยังคงมีผลการดำเนินงานที่ดี เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้าในพอร์ตของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม Build-to-Suit (การก่อสร้างคลังสินค้าตามแบบที่ลูกค้าต้องการ ) ที่สามารถให้บริการลูกค้าที่ต้องการโรงงานและคลังสินค้าที่มีคุณภาพสูง มีความทันสมัยและตอบการใช้งานที่เฉพาะเจาะจงเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจที่เติบโตขึ้นในอนาคตได้อย่างลงตัว

ซึ่งล่าสุด FPT ได้จับมือกับเซ็นทรัล รีเทล พัฒนาโปรเจ็คต์ยักษ์ใหญ่รูปแบบ Build-to-Suit ในโครงการโลจิสติกส์แคมปัสระดับเวิลด์คลาสแห่งแรกของประเทศไทย

นอกจากนี้ FPT ยังประสบความสำเร็จในการระดมทุนผ่านการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP)จำนวน 3,269 ล้านบาท เมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ซึ่งจะช่วยขยายฐานนักลงทุน เพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อยและสภาพคล่อง ยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของความสามารถเชิงกลยุทธ์เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

ข่าวอื่นๆ