คลังซ้อมใหญ่จับแชร์ลูกโซ่ดิจิทัลระบาดหนัก

  • วันที่ 22 ส.ค. 2562 เวลา 07:21 น.

คลังซ้อมใหญ่จับแชร์ลูกโซ่ดิจิทัลระบาดหนัก

คลังประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อซักซ้อมความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ ของพนักงานเจ้าหน้าที่จับแชร์ลูกโซ่ดิจิทัล

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อซักซ้อมความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ภายใต้โครงการการป้องปรามการเงินนอกระบบ ที่จัดขึ้นโดยสำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน สศค. ระหว่างวันที่ 21 – 22 สิงหาคม 2562 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ของปีงบประมาณ 2562 ซึ่งมีการจัดทั้งหมด 3 ครั้ง

สำหรับสุดท้ายจะจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานครประมาณต้นเดือนก.ย. 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการซักซ้อมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 (พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ) ในการป้องกันและปราบปรามธุรกิจการเงินนอกระบบที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย และรับทราบแนวทางการแก้ปัญหาให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากแชร์ลูกโซ่ตามนโยบายรัฐบาล รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลข้อคิดเห็นปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาธุรกิจการเงินนอกระบบที่ผิดกฎหมายให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ด้านการสืบสวนและสอบสวนที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ตามการแบ่งเขตพื้นที่ของกรมสรรพากร ภาค 8 ซึ่งมีจำนวน 8 จังหวัด จังหวัดละ 14 คน ประกอบด้วยจังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน และจังหวัดเชียงใหม่ รวมเป็นจำนวน 112 คน และพนักงานเจ้าหน้าที่ด้านการสืบสวนและสอบสวนจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 อีกจำนวน 8 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 120 คน

นายลวรณ กล่าวว่า ธุรกิจการเงินนอกระบบที่ได้มีการพัฒนารูปแบบกลโกงและวิธีการหลอกลวงประชาชนมากยิ่งขึ้น และขยายตัวออกไปในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และในส่วนภูมิภาค การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจกับรูปแบบของธุรกิจการเงินนอกระบบ และวิธีการที่เหล่ามิจฉาชีพเหล่านี้นำมาใช้ในการหลอกลวงประชาชนพร้อมกันไปด้วย รวมทั้งการทำความเข้าใจกับกฎหมายที่นำมาบังคับใช้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนที่เป็นผู้เสียหายให้มากที่สุด

การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ นี้จึงมีการบรรยาย เรื่อง “ลักษณะการขายตรงแอบแฝงแบบแชร์ลูกโซ่” การประกอบธุรกิจประเภทนี้ จะมีลักษณะ ดังนี้

1. ไม่ได้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงกับ สคบ. หรือจดทะเบียนขายตรงกับ สคบ. แต่ดำเนินธุรกิจจะแตกต่างไปจากที่แผนที่ได้ยื่นต่อ สคบ.

2. บังคับให้สมัครเป็นสมาชิกหรือมีเงื่อนไขให้สมาชิกต้องซื้อสินค้า เพื่อมีสิทธิในการเข้าร่วมธุรกิจ

3. สมาชิกไม่ต้องนำสินค้าไปเสนอขายต่อผู้บริโภค แต่มุ่งเน้นให้สมาชิกไปชักชวนบุคคลอื่นมาเข้าร่วมเครือข่าย ทั้งนี้ รายได้หรือผลตอบแทนมาจากการแนะนำที่คิดคำนวณจากจำนวนสมาชิกเข้าร่วมเครือข่ายมากขึ้น

4. สินค้ามีราคาสูงแต่คุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ผู้ประกอบธุรกิจไม่มีนโยบายในการรับสินค้าคืนเพราะระบบการจ่ายเงินเป็นการนำเงินจากผู้สมัครรายใหม่มาจ่ายให้กับรายเก่าต่อ ๆ กันไป

5. ไม่ได้ซื้อสินค้าเพื่อบริโภคแต่เป็นการซื้อสินค้าเพื่อหวังรับผลประโยชน์ตอบแทน จึงไม่เข้าข่ายได้รับความเสียหายจากการใช้สินค้าและไม่เข้าเงื่อนไขเป็นผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค

นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายเรื่อง “สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความเสี่ยงจะเข้าข่ายเป็นแชร์ลูกโซ่” การดำเนินธุรกิจประเภทนี้ มีลักษณะเป็นการระดมทุนคล้ายแชร์ลูกโซ่ทั่วไป แต่เป็นการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือในการระดมทุนจากประชาชน เช่น การขุดเหรียญดิจิทัล หรือการเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลต่าง ๆ หรือการระดมทุนผ่านช่องทาง ICO (Initial Coin Offering)โดยผู้ระดมทุนทำเหมือนว่าจะพัฒนาโปรเจกต์ต่าง ๆ แต่ไม่ได้มีเจตนาทำจริงเพียงต้องการระดมเงินจากประชาชนเท่านั้นซึ่งสามารถสังเกตได้ คือ มักเร่งรัดให้ตัดสินใจลงทุน โดยเสนอผลตอบแทนที่สูงมีการการันตีผลตอบแทน หรือเสนอผลตอบแทนให้จากการหาสมาชิกใหม่ ไม่มีหนังสือชี้ชวนหรือมีแต่ไม่ชัดเจน และมีสัญญาณเตือนภัย เช่น ข่าวเตือนภัยหรือความเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ เป็นต้น

ข่าวอื่นๆ