บล.หยวนต้า ดึง"ประเสริฐ บุญสัมพันธ์"นั่งประธานบอร์ด

  • วันที่ 20 ส.ค. 2562 เวลา 21:00 น.

บล.หยวนต้า ดึง"ประเสริฐ บุญสัมพันธ์"นั่งประธานบอร์ด

เปิดตัว 4 ผู้บริหารระดับสูงใหม่ นำทัพร่วมพลิกโฉมสู่บริการครบวงจร ทุนใหญ่"หยวนต้า"ไต้หวัน หนุนเต็มที่

นางบุญพร บริบูรณ์ส่งศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทเปิดตัวทีมผู้บริหารระดับสูงใหม่ 4 รายเพื่อเสริมทัพระดับนโยบายในแต่ละสายงาน ให้รับมือกับการแข่งขันขององค์กรในทุกด้านอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีมาตรฐานการกำกับดูแลและนโยบายบรรษัทภิบาลที่ดี ภายใต้การบริหารของนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการบริษัท

นอกจากนี้มีนายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ ประธานสายธุรกิจรายย่อย มาเป็นกำลังสำคัญ สายงานวาณิชธนกิจ นำทีมโดย นางสุวภา เจริญยิ่ง ที่ปรึกษาอาวุโส และนายพายุพัด มหาผล กรรมการผู้จัดการ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวาณิชธนกิจ

การจัดทัพใหม่ครั้งนี้เพื่อรับมือกับสภาวะกดดันและการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในธุรกิจการเงินการลงทุนของไทยใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์การเงินที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นผู้ที่จะทำหน้าที่ให้บริการกับลูกค้าต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและความเข้าใจในผลิตภัณฑ์นั้น ๆ เป็นอย่างดี

 

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ที่ส่งผลกระทบโดยการเข้ามาของฟินเทคต่าง ๆ เช่น บล็อกเชน คริปโทเคอร์เรนซี Big Data Analytics Machine Learning ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และอื่น ๆ ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในธุรกิจการเงินและการลงทุน สามารถทำให้ผู้ลงทุนมีโอกาสเข้าถึงการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประการสุดท้าย คือ นักลงทุนมีความรู้ความเข้าใจในด้านการลงทุนมากขึ้น แสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น

นางบุญพร กล่าวว่า ต่อจากนี้ โบรกเกอร์จะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงตัวกลางอีกต่อไป ในที่สุดจะถูกทำลายล้าง(ดิสรัป) ด้วยเทคโนโลยี ดังนั้นโบรกเกอร์ที่ยังคงทำธุรกิจอยู่ได้จะต้องมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และยอมรับในการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว และพร้อมที่จะทำวิกฤตินี้ให้เป็นโอกาส

นอกจากการพลิกโฉมเสริมทัพผู้บริหารแล้ว บล.หยวนต้า ยังมีการพลิกโฉมการให้บริการรูปแบบใหม่มาเป็นการให้บริการแบบครบวงจร จากเดิมที่ให้บริการเฉพาะการลงทุนในตราสารทุนและตราสารอนุพันธ์ เพื่อช่วยบริหารสินทรัพย์ของลูกค้า ด้วยบริการใหม่ในชื่อ Yuanta Private Wealth Management Service ซึ่งไม่ได้หมายถึงแต่เพียงการลงทุนในหลักทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกค้าทุกคน

นางบุญพร กล่าวอีกว่า บริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หรือ มาร์เก็ตแชร์ติดอันดับ 1 ใน 3 หรือ ท็อป 3 ภายใน 3 ปี ซึ่งจะต้องมีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ระดับ 5% จากปัจจุบันติดท็อป 10 หรือมีมาร์เก็ตแชร์ที่ 3% โดยจะผลักดันให้มาร์เก็ตแชร์ขยับขึ้นเป็นกว่า 4% ภายในปี 2563 จากการขยายพอร์ตลูกค้าไปยังสถาบันมากขึ้น จากเดิมมีสัดส่วนน้อยกว่า 10% โดยปัจจุบันฐานลูกค้าส่วนใหญ่กว่า 90% มาจากรายย่อย ซึ่งได้ตั้งเป้าภายใน 2 ปีสัดส่วนลูกค้าสถาบันเพิ่มเป็น 15% และรายย่อย 85%

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ามีกำไรสุทธิปี 62 ที่ 100 ล้านบาท จากการเติบโตของทุกๆ ธุรกิจ ทั้งงานวาณิชธนกิจ การเพิ่มฐานลูกค้า โดยจะมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าผ่านแอพพลิเคชันมากขึ้น เป็นต้น ขณะเดียวกันมีแผนงานจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 2 ปีนับจากนี้ ซึ่งเลื่อนจากแผนเดิมที่คาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ในปี 2563 เนื่องจากภาวะตลาดยังไม่เอื้อ

ข่าวอื่นๆ