คลังทำใจเศรษฐกิจไทยยังทรุดหนัก

  • วันที่ 19 ส.ค. 2562 เวลา 17:03 น.

คลังทำใจเศรษฐกิจไทยยังทรุดหนัก

“อุตตม” ระบุไม่พลิกล็อกจีดีพีไตรมาส 2 ทรุดต่ำสุดรอบกว่า 4 ปี หวังมาตรการกระตุ้นเดันจีดีพีเพิ่ม 0.55%

นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 2/2562 ที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศออกมาขยายตัวได้ 2.3% ต่ำสุดในรอบ 19 ไตรมาส และทั้งปีขยายตัวได้ 3% เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังคาดไว้ โดยเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวเนื่องจากเศรษฐกิจโลกผันผวน ทำให้รัฐบาลต้องจริงจังการดูแลเศรษฐกิจไม่ให้ถูกกระทบแย่ไปมากกว่านี้

ทั้งนี้ วันที่ 20 ส.ค. 2562 กระทรวงการคลังจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วนวงเงิน 3.16 แสนล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มได้ 0.55% และจะทำให้เศรษฐกิจทั้งปี 2562 ขยายตัวได้ 3%

สำหรับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยการแจกเงินคนละ 1,000 บาทนั้น ได้หารือกับ รมว. การท่องเที่ยวและกีฬา โดยขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์มาตาการอย่างเข้มข้น ก่อนที่จะมีการใช้จริง โดยในส่วนของกระทรวงการคลังจะดูแลเรื่องการติดตั้งเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับร้านค้าทั่วประเทศให้สามารถรองรับการอุปโภคบริโภคผ่านระบบอีเพย์เมนต์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ

ด้านนายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 2 ปี 2562 ที่สภาพัฒน์ฯ แถลง ขยายตัว 2.3% ชะลอลงจาก 2.8% ในไตรมาส 1 ปี 2562 ต่ำกว่าประมาณการของ ธปท. ที่เผยแพร่ในรายงานนโยบายการเงินฉบับเดือน มิ.ย. 2562 ที่้ 2.8% โดยเฉพาะภาคต่างประเทศที่หดตัวจากทั้งการส่งออกสินค้าและการส่งออกภาคบริการ รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐที่ขยายตัวชะลอลง ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้

อย่างไรก็ดี ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบที่ผ่านมา กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มจะขยายตัวต่ำกว่าประมาณการอย่างมีนัย ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ กนง.พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงสำหรับระยะต่อไปประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะมีแรงส่งจากการใช้จ่ายในประเทศเป็นสำคัญ ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยจะมีการประเมินการขยายตัวเศรษฐกิจและเผยแพร่อีกครั้งในรายงานนโยบายการเงินฉบับเดือนกันยายน 2562

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศที่ต้องติดตามพัฒนาการต่อไปอย่างใกล้ชิด อาทิ ความเสี่ยงจากสงครามการค้าฯ แนวโน้มนโยบายการเงินที่ผันผวนของธนาคารกลางทั่วโลก และความต่อเนื่องของการเบิกจ่ายและการดำเนินนโยบายภาครัฐ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ