แบงก์กรุงศรีสำรวจธุรกิจเชื่อศก.ไตรมาส3ยังโต

  • วันที่ 16 ส.ค. 2562 เวลา 19:53 น.

แบงก์กรุงศรีสำรวจธุรกิจเชื่อศก.ไตรมาส3ยังโต

ผลสำรวจ Krungsri SME Index เผยผู้ประกอบการมองเศรษฐกิจไตรมาส 3 ยังคงเติบโต

นายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ผลสำรวจ Krungsri SME Index ชี้ว่าผู้ประกอบการขนาดเล็กและผู้ประกอบการในต่างจังหวัดมีมุมมองเชิงลบต่อเศรษฐกิจมากกว่ากลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและผู้ประกอบการในกรุงเทพ และปริมณฑล อย่างไรก็ตาม แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง หลังคณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติลดดอกเบี้ยล่าสุด น่าจะช่วยลดภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ SME และส่งผลให้ความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

ทั้งนี้ วิจัยกรุงศรีคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งหลังของปี 2562 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรก ความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล รวมถึงการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่จะช่วยหนุนการเติบโตของการใช้จ่ายภายในประเทศ แม้ปัญหาภัยแล้งอาจกดดันรายได้ภาคเกษตร แต่นโยบายช่วยเหลือจากภาครัฐจะช่วยบรรเทาผลกระทบดังกล่าว

ขณะที่การปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจาก “มีเสถียรภาพ” สู่ “เชิงบวก” จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

อย่างไรก็ดี การลงทุนภาครัฐอาจขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากความล่าช้าของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐวิสาหกิจบางแห่ง รวมทั้งความล่าช้าในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ซึ่งอาจส่งผลกระทบการลงทุนใหม่ของภาครัฐในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2563

แม้การส่งออกสินค้ามีแนวโน้มหดตัวในไตรมาส 3 เนื่องจากผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน แต่คาดว่าการส่งออกไทยอาจปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 4 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่ต่ำในช่วงเดียวกันของปีก่อน ผนวกกับผลบวกจากการทดแทนการส่งออกของสหรัฐ-จีน และผลจากการย้ายฐานการผลิตเข้าสู่ประเทศไทยในบางอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงกดดันจากสงครามการค้า

นอกเหนือจากนี้ กรุงศรีได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการทั่วประเทศในเดือนมิถุนายน 2562 ได้สอบถามเรื่องความเข้าใจของผู้ประกอบการ SME ในเรื่องการกู้ยืมระหว่างบุคคลผ่านช่องทางออนไลน์ (P2P lending) พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ทั่วประเทศ ทุกขนาดและในทุกอุตสาหกรรมจำนวน 89% ยังไม่รู้จักและขาดความเข้าใจใน P2P lending ขณะที่ผู้ประกอบการ 42% มีความสนใจในการขอกู้เงินผ่าน P2P โดยมีเหตุผลหลักคือ ต้องการเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน (52%) ความสะดวกสบาย เพราะสามารถทำการกู้ผ่านออนไลน์ได้ทันที (20%) และอัตราดอกเบี้ยถูกกว่าเดิม (19%) ตามลำดับ และเมื่อสอบถามถึงความสนใจในการปล่อยกู้ผ่าน P2P ผู้ประกอบการ 73% ไม่สนใจ เนื่องจากความกังวลเรื่องความเสี่ยงสูงของผู้กู้ว่าจะเป็นหนี้เสีย (35%) และไม่มั่นใจด้านความปลอดภัยของระบบและข้อมูล (14%) ตามลำดับ

ข่าวอื่นๆ