เห็นชอบเว้นภาษีให้ ธปท. กรณีกู้ยืมตราสารมาดำเนินนโยบายการเงิน

วันที่ 05 ม.ค. 2553 เวลา 17:37 น.
โพสต์ทูเดย์ – ครม.เห็นชอบให้ ธปท.ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี กรณีที่กู้ยืมตราสารหนี้จากเอกชนเพื่อนำมาเป็นหลักประกันในการดำเนินนโยบายการเงิน จากเดิมที่กฎหมายไม่เว้นภาษีให้

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ในกรณีที่ธปท.ต้องไปกู้ยืมตราสารหนี้จากภาคเอกชน เพื่อนำมาใช้เป็นหลักประกันในการดำเนินนโยบายการเงิน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ จากเดิมที่กฎหมายปัจจุบันไม่เว้นภาษีในส่วนนี้ให้ธปท. ซึ่งการเห็นชอบดังกล่าวเป็นการช่วยเพิ่มสภาพคล่องพันธบัตรในตลาดรองตราสารหนี้ และส่งเสริมการทำธุรกรรมในตลาดซื้อคืนพันธบัตร(Private Repo) ให้แพร่หลายมากขึ้น 

เนื่องจากการให้ธปท.และคู่สัญญาได้รับสิทธิทางภาษี ในการทำธุรกรรมการยืมและการให้ยืมหลักทรัพย์ระหว่างกัน จะช่วยให้ธปท.ได้มีเครื่องมือที่สามารถนำมาบริหารนโยบายการเงินได้มีประสิทธิภาพ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม โดยมีผลกระทบต่อรายได้ทางภาษีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ดังนั้นครม.จึงมีมติให้แก้ไขพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฏากร ว่าด้วยการลดอัตราและเว้นรัษฏากร ให้ธปท.เป็นผู้ที่สามารถขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ประเภทการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(กลต.)ได้ เพื่อจะได้รับสิทธิประโยชน์เว้นการเก็บภาษีในส่วนนี้ ได้ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2552 นี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้  กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพากร ได้ออกพระราชกฤษฎีกาฯ(ฉบับที่ 331) พ.ศ.2541 ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ธปท.โดยมีรายละเอียดดังนี้แล้ว 1.ยกเว้นภาษีเงินได้ ให้แก่การโอนกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์และสินทรัพย์ที่เป็นหลักประกันระหว่างผู้ยืมและผู้ให้ยืมหลักทรัพย์ 2.ยกเว้นภาษีเงินได้ ให้แก่ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล กรณีที่บริษัทดังกล่าวมีการเรียกหุ้นหลับมาเพื่อรับเงินปันผล ทั้งนี้ โดยไม่ถือว่าเป็นการผิดเงื่อนไขตามาตร 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร และ 3.กำหนดให้บุคคลธรรมดา หากได้รับเงินชดเชยเงินปันผล หากยอมให้หักภาษี ณ  ที่จ่าย ในอัตรา 10% แล้วสามารถเลือกที่จะไม่นำเงินดังกล่าวไปรวมคำนวณเสียภาษีปลายปี และกรณีได้รับเงินชดเชยดอกเบี้ย หากยอมให้หัก 10% แล้ว สามารถเลือกที่จะไม่นำเงินดังกล่าวไปรวมคำนวณเสียภาษีปลายปีได้

นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบให้เว้นเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกับการโอนและรับโอนคืนหลักทรัพย์ที่วางเป็นหลักประกันการซื้อขายสัญญาล่วงหน้า เพื่อสนับสนุนการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าด้วย ดังนั้นครม.จึงเห้นควรให้เว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ให้แก่ผู้โอนและผู้รับโอนหลักทรัพย์ที่วางเป็นหลักประกันการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าด้วย