ทีดีอาร์ไอห่วงบ้านล้านหลังอ่วมรับดอกเบี้ยพุ่ง

วันที่ 22 ม.ค. 2562 เวลา 08:14 น.
ทีดีอาร์ไอห่วงบ้านล้านหลังอ่วมรับดอกเบี้ยพุ่ง
ทีดีอาร์ไอหวั่นผู้กู้บ้านล้านหลังชะงัก ผ่อนไม่ไหวหลังดอกเบี้ยพุ่ง เสนอแนะทยอยปรับดอกเบี้ยแบบขั้นบันได

นางจิราภรณ์ แผลงประพันธ์ นักวิจัยอาวุโส มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ  เปิดเผยว่า โครงการ "บ้านล้านหลังของ ธอส." แม้จะสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและความต้องการที่อยู่อาศัย จากจำนวนประชาชนที่สนใจเข้าจองสินเชื่อเป็นจำนวนมากที่ต้องการมีบ้าน แต่โครงการนี้ยังมีประเด็นที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังโดยเฉพาะในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากการปล่อยให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นระยะเวลาหนึ่งและปรับขึ้นเป็นดอกเบี้ยลอยตัว จะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระคืน โดยเฉพาะในช่วงอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น จะเป็นการเพิ่มดอกเบี้ยจากอัตราคงที่กว่าสองเท่า ซึ่งทำให้ผู้กู้มีปัญหาในการชำระหนี้

ขณะเดียวกันมองว่านโยบายอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับการดำเนินนโยบายควรเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได โดยกำหนดคงที่ระดับต่ำ 3 ปีแรกและค่อยปรับขึ้นแบบขั้นบันไดจนลอยตัว ซึ่งจะช่วยให้ ผู้กู้สามารถปรับตัวกับการผ่อนชำระและไม่ก่อให้เกิดปัญหาจนไม่สามารถชำระหนี้ได้

ทั้งนี้ ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นสอดคล้องกับผลการศึกษาของทีดีอาร์ไอที่เคยศึกษาปัญหาของผู้ยากจนในชนบทที่ขาดแคลนที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน พบว่าปัญหาการนี้มีความสัมพันธ์กับปัญหาด้านอื่นๆ โดยเฉพาะในมิติเชิงพื้นที่ ซึ่งสามารถแยกเป็นกลุ่มย่อยๆ ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1.มีปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยร่วมกับปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกิน

กลุ่มที่ 2 คือมีปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยร่วมกับปัญหาความยากจน ซึ่งเป็นความยากจนที่ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการขาดแคลนที่ดินทำกิน สำหรับกลุ่มที่ 3 มีปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว โดยส่วนใหญ่จะเป็นครัวเรือนในกลุ่มจังหวัดขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม จากผลการศึกษาเป็นการศึกษาเฉพาะพื้นที่ชนบท แต่เป็นแนวทางการมองปัญหาระดับประเทศได้ โดยการแก้ปัญหาจะต้องทำควบคู่กัน เช่น กรณีโครงการบ้านล้านหลัง นอกจากการให้สินเชื่อจะต้องมีนโยบายคู่ขนาน เพื่อช่วยเหลือในด้านเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กัน เช่น การพัฒนาทักษะหรือการส่งเสริมอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ ให้คนกลุ่มนี้ได้มีบ้านเป็นของตนเอง ซึ่งหมายถึงความสำเร็จที่แท้จริงของโครงการนี้