รับมือขึ้นดอกเบี้ยกู้ คาดเอ็มแอลอาร์ขยับเฉลี่ย0.16-0.24%

วันที่ 16 ม.ค. 2562 เวลา 07:47 น.
รับมือขึ้นดอกเบี้ยกู้ คาดเอ็มแอลอาร์ขยับเฉลี่ย0.16-0.24%
แบงก์คาด กนง.จะขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องไปจนถึงปี 2564 เอ็มแอลอาร์ขยับตาม แนะภาคธุรกิจเน้นบริหารความเสี่ยง

นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงาน Global Business Development and Strategy ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ทิศทางดอกเบี้ยไทยเป็นแนวโน้มขาขึ้นชัดเจน โดยในปีนี้คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% จาก 1.75% เป็น 2% ซึ่งจะมีผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ของธนาคารพาณิชย์ปรับเพิ่มขึ้นมาเป็น 0.16-0.24%

"ประเมินว่าการปรับเพิ่มขึ้น ของอัตราดอกเบี้ยนโยบายทุกๆ 1% จะส่งผลให้เอ็มแอลอาร์เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.33-0.44% ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเป็น สิ่งที่ภาคธุรกิจควรเตรียมความพร้อมด้านต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงขึ้น" นาย พชรพจน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มจะขึ้นต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงปี 2563 และ 2564 โดย กนง.มีโอกาสจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปได้ถึงระดับ 3% ถือว่าเป็นการปรับเพิ่มที่น้อยกว่าในอดีตที่เคยขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 5% ในช่วงปี 2547-2549 และ 3.5% ในช่วงปี 2553-2554 แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่สูงกว่าปัจจุบัน หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 4% ในอดีต แต่ปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่สูงและยังไม่ถึง 2% ทำให้อัตราดอกเบี้ยในช่วง 1-3 ปีนี้ จะไม่สูงกว่าในอดีต

ขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาทในปีนี้จะแข็งค่าขึ้นจากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากปีก่อนที่ 32.7 บาท/ดอลลาร์ โดยการแข็งค่าของ ค่าเงินบาทมาจากการสิ้นสุดวัฏจักรการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลง ซึ่งเริ่มเห็นบ้างแล้วในปัจจุบัน หลังจากเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มมีการชะลอตัว ทำให้กระแสเงินทุนที่เคยไหลกลับไปสู่สหรัฐเริ่มไหลออกมาเพื่อกระจายความเสี่ยงในภูมิภาคอื่นๆ

"ปัจจัยหนุนค่าเงินบาทในประเทศยังคงเป็นการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย จากปัจจัยหนุนการลงทุนของภาครัฐและเอกชน และหากมีการเลือกตั้งที่แน่นอนแล้วจะเป็นแรงหนุน ต่อค่าเงินบาทได้อย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งหากช่วงหลังการเลือกมีการจัดตั้งรัฐบาลอย่างราบรื่นและการลงทุนต่างๆ ยังต่อเนื่องจะหนุนต่อกระแสเงินทุนที่ไหลเข้า และหากครึ่งปีหลังมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทำให้ค่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่า ไปแตะ 31 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งภาพรวมการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 31-32.30 บาท/ดอลลาร์" นายพชรพจน์ กล่าว

นายกิตติพงษ์ เรือนทิพย์ รอง ผู้อำนวยการฝ่ายสายงาน Global Business Development and Strategy ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ในปีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจในประเทศที่สำคัญ ได้แก่ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้ง การบังคับใช้มาตรการคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในเดือน เม.ย.นี้ และการหมดอายุของสิทธิประโยชน์ด้านภาษีของ กองทุนแอลทีเอฟ เป็นต้น

ทั้งนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะเติบโตได้ดี แต่ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ท้าทายสำหรับภาคธุรกิจอย่างมาก ขอแนะนำให้ภาคธุรกิจให้ความสำคัญการบริหารความเสี่ยงให้มาก โดยเฉพาะเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน ในภาวะ ที่กำลังซื้อจากผู้บริโภคทั้งในและ ต่างประเทศมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น อีกทั้งหลายธุรกิจจะพบกับความท้าทาย จากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีจึงจำเป็นต้องมีแผนการรับมือ

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต