แบงก์ห่วง "5จี" ทุบทีวีดิจิทัล เตือนเร่งปรับตัวรับธุรกิจเปลี่ยน

วันที่ 14 ม.ค. 2562 เวลา 07:14 น.
แบงก์ห่วง "5จี" ทุบทีวีดิจิทัล เตือนเร่งปรับตัวรับธุรกิจเปลี่ยน
ธนาคารกรุงเทพรับลูกค้าทีวีดิจิทัลท้าทายหนักจากเทคโนโลยีเปลี่ยนวิถีผู้บริโภคและการทำการตลาด

นายวีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ลูกค้าธุรกิจทีวีดิจิทัลของธนาคารทุกรายยังเป็นหนี้ปกติ ไม่มีการผิดนัดชำระหนี้แต่อย่างใด ส่วนรายใดที่มองว่ามีความเสี่ยงหรือเกิดปัญหาได้ตั้งสำรองหนี้เสียไปหมดแล้ว

สำหรับกรณีบริษัท ไทยทีวี หรือทีวีพูล คลี่คลายลง หลังจากที่ศาลปกครองกลางตัดสินให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คืนแบงก์การันตีแก่บริษัท ไทยทีวี ทำให้ไทยทีวีไม่ต้องมีภาระจ่ายค่าใบอนุญาต แต่ก็มีภาระในเรื่องแบงก์การันตีค้างอยู่

อย่างไรก็ดี หากในอนาคตการกำกับดูแลของ กสทช.เป็นสิ่งที่ดี แต่อาจไม่ง่าย เนื่องจากยังติดขัดด้านกฎหมาย แต่หากเกิดขึ้นจริง มีลูกค้าคืนใบอนุญาต ลูกค้าก็ต้องคืนหนี้ธนาคารตามปกติ ซึ่งส่วนตัวไม่เป็นห่วงเพราะทุกรายเป็นสินเชื่อมีหลักประกันค่อนข้างดี

นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า เห็นการปรับตัวของธุรกิจทีวีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ทั้งปรับโครงสร้างโดยมีกลุ่มทุนใหม่เข้ามา หรือการปรับลดพนักงานเพื่อลดต้นทุนให้อยู่รอด แต่ธุรกิจอาจจะต้องมองหาโอกาสใหม่ ซึ่งมีบางช่องทีวี เจ้าของได้ใช้เป็นช่องทางในการทำธุรกิจอื่น เช่น การขายสินค้าในบริษัท รายได้หลักปัจจุบันอาจไม่ได้จากโฆษณาอย่างเดียว ต้องหารายได้อื่นเพิ่มเติม

ทั้งนี้ อนาคตธุรกิจดิจิทัลทีวียิ่งมีความท้าทายจากการเข้ามาของ 5จี ที่จะทำให้พฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่รับชมรายการที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องนั่งรอดูหน้าทีวี ทำให้เกมธุรกิจเปลี่ยนไปแล้ว ช่องที่มียอดผู้ชม (Eyeball) มาก ไม่ได้แปลว่าจะได้ราคาสูงขึ้น หรือการลงทุนเพื่อให้เรตติ้งเพิ่ม ก็ไม่ได้หมายความว่าได้ค่าโฆษณาเพิ่มมากขึ้น เพราะองค์กรธุรกิจสนใจโฆษณาทางทีวีน้อยลง วิธีการทำตลาดเปลี่ยนไปจาก Push Marketing หรือแบบหว่าน จะเป็น Pull Marketing หรือการเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น

“การโฆษณทางทีวีที่เป็นลักษณะ One on Mass นิยมน้อยลง เพราะด้วยบิ๊กดาต้าและเอไอที่ดีขึ้นจะกลายเป็นการทำตลาดเฉพาะตัวบุคคล หรือ One on One โดยดูจากพฤติกรรมการซื้อสินค้า ระบบจะนำเสนอสินค้าชิ้นต่อไปที่คาดว่าผู้บริโภคจะสนใจได้โดยตรง การสื่อสารแบบ One on Mass เสียเงิน 1 ล้านบาท อาจมีคนเข้าถึง 1 แสนคน แต่ถ้า One on One ได้ มีโอกาสเข้าถึงได้ 100% และถูกมาก” นายวีระศักดิ์ กล่าว

นายวีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า มีแผนนำดิจิทัลเข้ามาปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอี โดยอยู่ระหว่างทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพในโครงการบางกอกแบงก์ อินโนฮับ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกสักพัก ทั้งเรื่องข้อกฎหมายและการสะสมฐานข้อมูลให้มากพอ

ภาพ เอเอฟพี

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต