ปี'63ลงทุน7แสนล้าน ขยายตัว6.5% จากปี'62

วันที่ 09 ม.ค. 2562 เวลา 08:06 น.
ปี'63ลงทุน7แสนล้าน ขยายตัว6.5% จากปี'62
ครม.เห็นชอบงบลงทุนปี 2563 เพิ่มเป็น 6.9 แสนล้าน คลังย้ำหน่วยงานจัดเก็บรายได้ เร่งเก็บภาษีเพิ่ม

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ได้เห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่ผ่านการประชุมหารือของ 4 หน่วยงาน กระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงบประมาณ เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ งบประมาณรายจ่ายปี 2563 อยู่ที่ 3.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 2 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.7% โดยเป็นงบประมาณขาดดุล 4.5 แสนล้านบาท เท่ากับปีงบประมาณ 2562 ซึ่งโครงการงบประมาณนั้น ประกอบด้วย รายจ่ายประจำ จำนวน 2,358,410.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2562 จำนวน 85,754.2 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.8% และคิดเป็นสัดส่วน 73.7% ของวงเงินงบประมาณรวม ลดลงจากปีงบประมาณ 2562 ซึ่งมีสัดส่วน 75.8%

รวมทั้งให้ความสำคัญกับการจัดงบประมาณรายจ่ายด้านการลงทุนอยู่ที่ 691,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่ 42,061.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.5% และคิดเป็นสัดส่วน 21.6% ของวงเงินงบประมาณรวม

สำหรับรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ จำนวน 87,680 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2562 จำนวน 9,474.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12.1% และคิดเป็นสัดส่วน 2.7% ของวงเงินงบประมาณรวม รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังจำนวน 62,709.5 ล้านบาท จากปีงบประมาณ 2562 ไม่มีการตั้งงบดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วน 2% ของวงเงินงบประมาณรวม

"การเพิ่มวงเงินงบประมาณในปี 2563 เพิ่มขึ้น 2 แสนล้านบาท ขณะที่คงการขาดดุลงบประมาณเท่าเดิม หน่วยงานการจัดเก็บรายได้ทั้ง 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ได้เตรียมการทำงานและแผนการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ ให้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการเพิ่มขึ้นของงบประมาณ" นายวิสุทธิ์ กล่าว

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2563 กระทรวงการคลังได้ประมาณการการจัดเก็บรายได้รวม 3,256,500 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการรายได้สุทธิปีงบประมาณ 2562 จำนวน 2 แสนล้านบาท หรือ 7.8%

สำหรับประมาณการเศรษฐกิจนั้น คาดว่าปี 2563 จะขยายตัวในช่วง 3.5-4.5% อัตราเงินเฟ้ออยู่ในช่วง 0.8-1.8% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลประมาณ 5.2% ของจีดีพี คาดว่าเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ภาคการส่งออกขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศที่มีแนวโน้มขยายตัวในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นตามการเร่งเบิกจ่ายของโครงการลงทุนสำคัญที่มีกำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2563-2564

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต