ประกันมะเร็ง Protection ที่อย่ามองข้าม

วันที่ 08 ม.ค. 2562 เวลา 11:00 น.
ประกันมะเร็ง Protection ที่อย่ามองข้าม
เรื่อง ภาคภูมิ พีรยวัฒนา AFPT™ Assistant Wealth Manager ธนาคารทิสโก้

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โรคมะเร็งได้ขึ้นแท่นเป็นโรคอันดับหนึ่งที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุดและถูกยกให้เป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญอันดับต้นๆ ของไทย

จากงานวิจัยล่าสุดของสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบว่า ในปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เพิ่มขึ้นทะลุ 1 แสนราย/ปี และมีแนวโน้มที่จะป่วยและเสียชีวิตจากมะเร็งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ประเภทมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศชาย 3 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในขณะที่

ประเภทมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิง ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งตับและท่อน้ำดี

นอกจากนี้ หากอิงจากสถิติขององค์การอนามัยโลก ยังพบว่า เพศชายนั้นมีอัตราเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งสูงกว่าเพศหญิง กล่าวคือ ผู้ชาย 1 ใน 5 คนมีโอกาสจะเป็นมะเร็งในช่วงชีวิตหนึ่งของพวกเขา ส่วนผู้หญิงจะมีโอกาสประมาณ 1 ใน 6 คน ซึ่งนับว่าเป็นอัตราเสี่ยงที่สูงไม่น้อยไปกว่ากันเลย

จากสถิติข้างต้นจะเห็นได้ว่า การดูแลสุขภาพเพียงอย่างเดียวในปัจจุบันอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ถึงแม้เราจะพยายามลดความเสี่ยงด้วยการดูแลสุขภาพหลากหลายวิธี เราก็ยังไม่สามารถวางใจได้ว่า โรคมะเร็งจะไม่เกิดขึ้นกับตัวเรา

หากมองในแง่ของการวางแผนการเงินส่วนบุคคลแล้ว การบริหารความเสี่ยงจากการเป็นโรคร้ายแรงนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของ Wealth Protection ที่ควรทำควบคู่ไปกับ Wealth Accumulation ที่เราทุกคนไม่ควรมองข้าม

กล่าวคือ นอกจากจะวางแผนลงทุนให้เงินทำงานเพื่อสร้างความมั่งคั่งแล้ว ก็จะต้องรักษาความมั่งคั่งที่สะสมมานั้นไม่ให้ถูกกระทบจากปัจจัยที่ไม่คาดคิดด้วย

สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดในช่วงหลายปีมานี้ก็คือ คนไทยหันมาทำประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรงมากขึ้น จากการตระหนักถึงความเสี่ยงในการเจ็บป่วยรุนแรงและภาระค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งรัฐบาลเองก็สนับสนุนและพยายามสร้างแรงจูงใจผ่านการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับผู้ซื้อประกันสุขภาพ โดยให้สามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพมาลดหย่อนภาษีได้

เมื่อเราทราบดังนี้แล้ว คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า วันนี้เราได้เตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงจากโรคมะเร็งดีพอแล้วหรือยัง?

หากโรคมะเร็งเกิดขึ้นกับตัวเราแล้ว จะส่งผลกระทบต่อคนที่อยู่ข้างหลังเราและสถานะทางการเงินของเราและครอบครัวอย่างไร?

ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองต่อโรคมะเร็งโดยเฉพาะกันว่า มีปัจจัยใดบ้างที่เราควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจเลือกทำประกันมะเร็ง

ปัจจัยแรก ช่วงอายุการรับประกัน โดยเราควรพิจารณาเลือกกรมธรรม์ที่มีช่วงอายุการรับประกันที่สอดคล้องกับอายุของเราและสามารถขยายระยะเวลาความคุ้มครองให้กับเราได้นานที่สุด ซึ่งจะช่วยให้เรามี Protection ต่อโรคมะเร็งคุ้มครองเราไปได้อย่างยาวนาน ไม่ต้องรับความเสี่ยงไว้เอง

ปัจจัยที่สอง ความคุ้มครอง หลักๆ จะแบ่งออกเป็นสองแบบ คือ หนึ่ง ความคุ้มครองที่เป็นเงินก้อนที่จะได้รับเมื่อแพทย์ตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง และสอง วงเงินค่ารักษาพยาบาลสูงสุด ซึ่งโดยปกติจะคุ้มครองตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนดไว้ โดยหากกรมธรรม์ประกันมะเร็งที่ท่านกำลังพิจารณามีวงเงินความคุ้มครองทั้งสองส่วนที่สูง กรมธรรม์ก็จะยิ่งมีความน่าสนใจ

ปัจจัยที่สาม ข้อยกเว้นความคุ้มครอง ซึ่งในกรณีของประกันมะเร็งจะหมายถึง ประเภทของโรคมะเร็งที่กรมธรรม์จะไม่คุ้มครอง เช่น มะเร็งผิวหนัง เป็นต้น นอกจากนี้ ควรพิจารณาระยะเวลารอคอย ซึ่งหมายถึง ช่วงระยะเวลาที่กรมธรรม์จะไม่คุ้มครอง หากตรวจพบหรือทราบอาการของโรคมะเร็งเป็นครั้งแรกหลังจากวันที่กรมธรรม์มีผลบังคับ ทั้งนี้ โดยทั่วไปแล้วพบว่าระยะเวลารอคอยของประกันมะเร็งจะอยู่ที่ประมาณ 90 วัน

ปัจจัยที่สี่ ค่าชดเชยการรักษาอื่นๆ ซึ่งจะเป็นสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับบางกรมธรรม์ อาทิ ค่าชดเชยรายได้ ค่าเดินทางไปรักษาตัว ค่าวินิจฉัยตรวจโรคมะเร็งซ้ำ (ในกรณีที่เราอาจจะไม่มั่นใจกับผลการวินิจฉัยครั้งแรกของแพทย์) เป็นต้น หากกรมธรรม์ใดมีค่าชดเชยอื่นๆ เพิ่มเติมให้ ก็จะยิ่งเพิ่มความคุ้มค่าให้กับผู้ซื้อ

ปัจจัยที่สุดท้าย ความคุ้มค่าของเบี้ยประกันรายปี โดยทั่วไปแล้วประกันสุขภาพส่วนใหญ่จะคิดเบี้ยประกันแปรผันตามอายุ อย่างไรก็ตาม ในกรณีของประกันมะเร็ง เราสามารถเลือกซื้อประกันมะเร็งที่มีเบี้ยประกันคงที่ตลอดอายุสัญญาได้ ซึ่งนับว่ามีความคุ้มค่าอย่างมาก เนื่องจากเบี้ยประกันจะอยู่ในระดับที่ค่อนข้างถูก หากเริ่มต้นซื้อในช่วงที่อายุยังน้อย

นอกจากนี้ ควรเปรียบเทียบเบี้ยประกันรายปีของแต่ละกรมธรรม์ที่ท่านสนใจ ภายใต้วงเงินความคุ้มครองที่เท่ากันของแต่ละช่วงอายุร่วมปัจจัยอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้นด้วย

สุดท้ายนี้ การพิจารณาเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันมะเร็งให้คุ้มค่าและเหมาะสมกับตัวเรามากที่สุด จะต้องพิจารณาวางแผนร่วมกับการเลือกซื้อประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรงอื่นๆ เพื่อที่จะสร้างแผน Wealth Protection ที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมให้กับผู้ซื้อ

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต