ครม.เห็นชอบปรับปรุงมาตรการคืนแวต5% ให้ชัดเจน

วันที่ 02 ม.ค. 2562 เวลา 18:51 น.
ครม.เห็นชอบปรับปรุงมาตรการคืนแวต5% ให้ชัดเจน
ครม.เห็นชอบแก้ไขมาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม5%ให้ประชาชนที่ชำระเงินทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความชัดเจน

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2562 มีมติเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมวิธีการชำระเงิน การรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดรายการสินค้าและบริการที่จะไม่ได้รับสิทธิ (Negative List) ของมาตรการส่งเสริมการชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการ และการนำส่งข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ มาตรการคืนภาษีมูลค่า(แวต)เพิ่มให้ประชาชนที่ซื้อสินค้าผ่านบัตรเดบิต ในอัตรา 5%

สำหรับประเด็นสำหรับที่มีการแก้ไขมีอยู่ 4 เรื่อง ซึ่งเหตุผลของการแก้ไขเพิ่มเติมคือเพื่อให้เกิดความชัดเจน และเพื่อส่งเสริมการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ นอกเหนือจากบัตรเดบิต โดยแต่ละประเด็นมีการแก้ไขใหม่เป็นดังต่อไปนี้

1.คุณสมบัติผู้ที่จะได้รับเงินชดเชย: ผู้ได้รับสิทธิจะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย, เป็นผู้ใช้บริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ อาทิ บัตรเดบิต, ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการฯ ในช่วงเวลา ช่องทาง และตามเงื่อนไขที่กำหนด และสมัครใช้บริการพร้อมเพย์ โดยเลขประจำตัวประชาชนเพื่อรับเงินชดเชย

2.วิธีการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์:ผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะได้รับเงินชดเชยตามมาตรการฯเมื่อชำระเงินค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าที่มีคุณสมบัติครบถ้วน สำหรับการซื้อสินค้าหรือรับบริการในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2562 ผ่านวิธีการดังต่อไปนี้ คือ ชำระเงินโดยใช้บัตรเดบิตของตนเองซึ่งออกในประเทศไทย และ/หรือ ชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดที่ผู้ให้บริการได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการ การชำระเงินภายใต้การกำกับ อาทิ ชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน (Standard QR Code Payment) ทั้งนี้ การชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ข้างต้น ไม่รวมถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและบัตรเครดิต

3. วิธีการรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์: คุณสมบัติผู้ประกอบการร้านค้า ได้แก่

1) ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้ระบบบันทึกการเก็บเงิน (Point of Sale: POS) ช่วยเก็บบันทึกการขาย ยอดขาย จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่แยกออกจากราคาสินค้าและบริการ รายละเอียดสินค้า และพิมพ์ใบกำกับภาษี ซึ่งเชื่อมต่อกับเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Capture: EDC) ที่ต้องรับและส่งข้อมูลจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มในแต่ละรายการที่รับชำระค่าสินค้าและบริการได้ และ/หรือ

2) ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้ระบบ POS ซึ่งเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการการชำระเงินภายใต้การกำกับอื่น ๆ ที่ต้องการมีการรับและส่งข้อมูลจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มในแต่ละรายการที่รับชำระค่าสินค้าและบริการได้

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการร้านค้าที่จะเข้าร่วมมาตรการฯ ต้องลงทะเบียนกับกรมบัญชีกลาง พร้อมทั้ง ต้องทำการปรับปรุงและทดสอบระบบ POS เพื่อให้สามารถรับและส่งข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่มทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ เช่นเดียวกับระบบที่ใช้ภายใต้มาตรการชดเชยเงินให้แก่ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยใช้ข้อมูลจากจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ชำระ และ

4.กำหนดรายการสินค้าและบริการที่จะไม่ได้รับสิทธิ์ (Negative List): สินค้าและบริการที่มีภาษีสรรพสามิต ได้แก่ 1. สุรา 2. ยาสูบ 3. น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน 4. รถยนต์ และ 5. รถจักรยานยนต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตรการคืนแวตให้ประชาชนอัตรา5%นี้ ไดรับการอนุมัติจาก ครม.เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2561 มีระยะเวลาดำเนินมาตรการระหว่างวันที่ 1-15 ก.พ. 2562 โดยวงเงินซื้อสินค้าได้สูงสุด 20,000 บาท จะได้คืนภาษี 1,000 บาท ผ่านระบบพร้อมเพย์ ที่ผูกไว้กับหมายเลขบัตรประชาชนภายใน 15 วันหลังการซื้อสินค้า