ธสน.รุกเพิ่มทุน1.5หมื่นล้าน

วันที่ 06 ธ.ค. 2561 เวลา 07:18 น.
ธสน.รุกเพิ่มทุน1.5หมื่นล้าน
ธสน.ขอคลังใช้เงินกองทุนแบงก์รัฐเพิ่มทุน 1.5 หมื่นล้าน เสริมแกร่งหวังเป็นผู้นำปล่อยกู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในซีแอลเอ็มวี

แหล่งข่าวจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารได้เสนอให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) พิจารณาเพิ่มทุนให้ธนาคารอีก 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับทุนปัจจุบันที่ 2 หมื่นล้านบาท จะทำให้ธนาคารมีเงินทุน 3.5 หมื่นล้านบาท เพียงพอสำหรับปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการเข้าไปลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในกลุ่มซีแอลเอ็มวี กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม

สำหรับแผนการเพิ่มทุนจะใช้เงินทุนกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือกองทุนแบงก์รัฐ โดยแบ่งการเพิ่มทุนเป็น 2 ระยะ ในปี 2562-2563 ปีแรกเพิ่มทุน 8,000 ล้านบาท และปี 2563 เพิ่มอีก 7,000 ล้านบาท

ปัจจุบันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ในซีแอลเอ็มวี ทั้งถนน โรงไฟฟ้า เขื่อน มีขนาดใหญ่กว่าเดิมมาก จากมูลค่า 5,000-9,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 3 หมื่นล้านบาท ทำให้เงินทุนปัจจุบันของเอ็กซิมแบงก์มีไม่พอจะเป็นคนนำในการปล่อยกู้ เป็นเพียงแค่ผู้ปล่อยกู้ร่วมเท่านั้น โดยเอ็กซิมแบงก์ปล่อยกู้ส่งเสริม การลงทุนในกลุ่มซีแอลเอ็มวีเติบโตอย่าง ต่อเนื่องจาก 2 ปีก่อน มีสินเชื่อคงค้างอยู่ 2.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป็น 3 หมื่นล้านบาทในปัจจุบัน และยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกระดับ 10%

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการ ผู้จัดการ เอ็กซิมแบงก์ กล่าวว่า ธนาคารพร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทย ลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มซีแอลเอ็มวี โดยขณะนี้ได้มีสำนักผู้แทนแล้ว 2 แห่ง ที่ย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ที่เวียงจันทน์ สปป.ลาว และปีหน้ามีแผนเปิดสำนักผู้แทนอีกแห่งที่กัมพูชา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของทีมประเทศไทยทำงานกับภาครัฐและเอกชนไทย-สปป.ลาว ทำหน้าที่ให้บริการด้านคำปรึกษาแนะนำ ข้อมูลการค้าการลงทุน รวมถึงข้อมูล เชิงลึกที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทย ทุกขนาดธุรกิจสามารถเริ่มต้นหรือขยายการค้าการลงทุนได้อย่างประสบความสำเร็จ

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า เอ็กซิมแบงก์ต้องสนับสนุนทั้งเงินทุนและเป็นทูตทางเศรษฐกิจให้กับลูกค้าที่ไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน โดยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการเงิน ให้ข้อมูลด้านการค้า การลงทุน และกฎระเบียบต่างๆ แก่ผู้ประกอบการไทย รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐ