ผุดศูนย์ราชการ ครม.ไฟเขียว ธพส.ทุ่ม3หมื่นล.สร้างเพิ่มโซนC

วันที่ 29 พ.ย. 2561 เวลา 07:26 น.
ผุดศูนย์ราชการ ครม.ไฟเขียว ธพส.ทุ่ม3หมื่นล.สร้างเพิ่มโซนC
ธพส.เร่งก่อหนี้ 3 หมื่นล้าน เดินหน้าสร้างศูนย์ราชการโซน C หลัง ครม.ไฟเขียวดำเนินการได้

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ และประธานบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ (ธพส.) เปิดเผยว่า หลังจากวันที่ 26 พ.ย. คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ให้ ธพส.ดำเนินโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการโซน C มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท หลังจากนี้ทาง ธพส.จะต้องเร่งหารือกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ถึงแหล่งเงินกู้ที่จะมาใช้ก่อสร้างโครงการ และบรรจุไว้ในแผนการก่อหนี้สาธารณะปี 2562 เพิ่มเติมให้ ครม.เห็นชอบต่อไป

สำหรับแผนการก่อหนี้ดังกล่าว ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเป็นเงินกู้ หรือการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนเหมือนกับก่อสร้างศูนย์ราชการโซน A และ B ที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อดีแต่ละด้านต้องพิจารณา เช่น การกู้เงินอาจจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าเพราะอัตราดอกเบี้ยลอยตัว แต่การแปลงสินทรัพย์เป็นทุนก็ส่งผลดีทำให้ไม่เป็นหนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้น ซึ้งทาง ธพส.จะต้องหารือกับ สบน. เพื่อศึกษารายละเอียด ดังกล่าวให้ได้ประโยชน์กับทำโครงการและเศรษฐกิจของประเทศมากสุด

นายอำนวย กล่าวว่า นอกจากการกู้เงิน ธพส. ยังต้องดำเนินการหารือกับ ผู้เช่าพื้นที่ศูนย์ราชการโซน C ที่มี 13 หน่วยงาน จองใช้พื้นที่เต็มหมดแล้ว เพื่อจะได้จัดสรรพื้นที่ให้เพียงพอ

นอกจากนี้ ธพส.ยังต้องเร่งจ้างที่ปรึกษาโครงการ เพื่อเข้ามาช่วยบริหารโครงการ ตั้งแต่การออกแบบรายละเอียดโครงการทั้งหมด การทำร่างสัญญาการก่อสร้าง (ทีโออาร์) โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2562 และก่อสร้างเสร็จให้ หน่วยงานเข้าใช้พื้นที่ได้ในปี 2565

สำหรับศูนย์ราชการโซน C มีเนื้อที่ 81 ไร่ มีพื้นที่ใช้ประโยชน์ทั้งหมด 6.6 แสนตร.ม. เป็นพื้นที่ให้เช่า 5.1 แสนตร.ม. พื้นที่จอดรถ 4,000 คัน ที่เหลือเป็นพื้นที่สีเขียวและพื้นที่โล่ง ตามกฎหมายผังเมืองที่กำหนดไว้ ซึ่งถือเป็นศูนย์ราชการที่มีความทันสมัยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน

ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัท ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตหุ้นกู้มูลค่ารวม 20,500 ล้านบาท ของบริษัท ดีเอดี เอสพีวี (เอสพีวี หรือผู้ออกตราสาร) ที่ระดับ "AAA(sf)" โดยอันดับเครดิตสะท้อนความน่าเชื่อถือ ของกรมธนารักษ์ (ผู้เช่า) ที่เป็นผู้เช่าเพียงรายเดียวของศูนย์ราชการของกรุงเทพมหานคร อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงความแน่นอนของกระแสเงินสดที่จะได้รับจากรายได้ค่าเช่าและค่าบริการต่างๆ จากกรมธนารักษ์ รวมถึงความเสี่ยงที่ค่อนข้างต่ำในการกู้ยืมเงิน

ภาพประกอบข่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต