รีดภาษีบุหรี่เข้ากองทุนสุขภาพ เล็งเสนอครม.เคาะต้นต.ค.นี้

  • วันที่ 01 ต.ค. 2561 เวลา 07:59 น.

รีดภาษีบุหรี่เข้ากองทุนสุขภาพ เล็งเสนอครม.เคาะต้นต.ค.นี้

คลังไฟเขียวรีดภาษีบุหรี่เข้ากองทุนสุขภาพซองละ 2 บาท ตั้งเป้าไม่เกิน 3,000 ล้าน/ปี จ่อปรับขึ้นราคาขาย

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดเก็บเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยงานบริการภาครัฐในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยให้เก็บเงินจากบุหรี่อีกซองละ 2 บาท ให้กับกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นเงินปีละ 3,000 ล้านบาท เนื่องจากเงินที่ได้สนับสนุนจากงบประมาณปีละกว่า 1 แสนล้านบาท จึงต้องหาแหล่งเงินเพิ่มเติม ทำให้ต้องยกร่าง พ.ร.บ.ขึ้น คาดว่าเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในวันที่ 2 ต.ค. 2561 นี้

ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้ทำการประชาพิจารณ์ พ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งมีคนไม่เห็นด้วยจำนวนมากในประเด็นที่ให้เก็บเงินสมทบจากสินค้าบุหรี่ 2 บาท เพียงประเภทเดียว ไม่รวมสินค้าบาป สุรา เบียร์ และยาเส้น เหมือนกับการเงินภาษีเข้ากองทุนอื่นที่มีการตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้

ขณะที่แหล่งข่าวจากกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า หากจะเก็บเงินเข้ากองทุนหลักประกันสุขภาพควรเก็บจากภาษีบาปทั้งหมด แต่กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงว่าเป็นเพราะกระทรวงการคลังเห็นชอบ

น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้ว่าการ ยสท. เปิดเผยว่า เบื้องต้น ยสท.ต้องผลักภาระให้ผู้บริโภค และอาจขึ้นราคาบุหรี่อีกซองละไม่ต่ำกว่า 2 บาท หากมีการเก็บเงินให้กองทุนหลักประกันสุขภาพ เนื่องจากปัจจุบันตามโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่ ทำให้ยาสูบมีกำไรจากการขายบุหรี่ที่ซองละ 10 สตางค์เท่านั้น ถ้าไม่ปรับราคาขึ้น โรงงานยาสูบก็จะขาดทุน และขายบุหรี่ไม่ได้ ที่ผ่านมา ยสท.มีกำไรในปี 2560 ราว 9,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเหลือไม่ถึง 1,000 ล้านบาท ในปี 2561

ด้านรายงานข่าวจากบริษัทนำเข้าบุหรี่ต่างประเทศ ระบุว่า ในส่วนของการปรับราคาบุหรี่นำเข้าคงไม่สามารถเก็บเพิ่มแค่ 2 บาทได้ เนื่องจากปัจจุบันโครงสร้างภาษีบุหรี่กำหนดให้บุหรี่ที่ราคาไม่เกิน 60 บาท คิดภาษี 20% และมากกว่า 60 บาท คิดภาษี 40% โดยราคาบุหรี่ที่ 60 บาท หากมีการเก็บเพิ่ม 2 บาท จะทำให้ราคาเกินที่กำหนด และต้องเสียภาษี 40% ทันที ทำให้ราคาบุหรี่เดิมที่ 60 บาท ขยับเป็นไม่ต่ำกว่า 90 บาท/ซอง หรือเพิ่มขึ้นกว่า 50%

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ