ดีแทคจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นครั้งแรก

วันที่ 22 ต.ค. 2553 เวลา 18:01 น.
ดีแทครายงานผลประกอบการไตรมาส 3/53 กำไรสุทธิ 3.1 พันล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 88 จากปีที่แล้ว จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 ดีแทคมีรายได้รวมในไตรมาส 3/53 เท่ากับ 1.84 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากรายได้จากบริการเสริม (VAS) และการจำหน่ายสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA margin) พัฒนาขึ้นในทางที่ดีโดยอยู่ที่ร้อยละ 38 ทั้งนี้สืบเนื่องจากมาตรการควบคุมค่าใช้จ่าย การเริ่มบันทึกค่า IC (Interconnection Charge) กับฮัทช์ (กสท.) รวมถึงการขายอาคารชัยซึ่งเป็นที่ตั้งเดิมของสำนักงานใหญ่ดีแทค

 ดีแทคมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปีเป็นจำนวน 1.65 หมื่นล้านบาท (นิยามโดย กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITDA - รายจ่ายเพื่อการลงทุน หรือ CAPEX) ทำให้ดีแทคเข้าใกล้เป้าหมายกระแสเงินสดที่ตั้งไว้ที่ 1.7 หมื่นล้าน และผลจากการมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ทำให้คณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.56 บาทต่อหุ้น

ดีแทคมีลูกค้าเพิ่มขึ้น 296,000 รายในไตรมาส 3 ทำให้ปัจจุบันดีแทคมีจำนวนลูกค้ารวม 20.9 ล้านราย

นายทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทค กล่าวว่า “นอกจากดีแทคจะมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งแล้ว ยังมีรายการพิเศษเพิ่มเติมอีกจากค่า IC กับฮัทช์ (กสท.) และจากการขายอาคารชัย เรามองเห็นพัฒนาการที่ดีทั้งในแง่ของรายได้และรายจ่าย และจากผลของการมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งสำหรับงวด 9 เดือนที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.56 บาทต่อหุ้น รวมถึงเพิ่มเป้าหมายกระแสเงินสดของปีนี้เป็น 1.9 หมื่นล้านบาท”.