แบงก์ตื่นรับผิดระบบล่มคืนเงิน1วัน

  • วันที่ 08 ส.ค. 2561 เวลา 09:16 น.

แบงก์ตื่นรับผิดระบบล่มคืนเงิน1วัน

สมาคมธนาคารปรับเงื่อนไขดูแลลูกค้าระบบล่ม พร้อมคืนเงินภายใน 1 วัน เผยล่มบ่อยเกิดจากธุรกรรมโมบายล้น

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า มีความตกลงระหว่างธนาคารสมาชิกและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพิ่มมาตรฐานการให้บริการของธนาคารพาณิชย์ (Service Level Agreement : SLA) ในการดูแลลูกค้ากรณีระบบการโอนเงินล่มแต่ตัดเงินลูกค้าไปแล้ว ธนาคารพาณิชย์จะคืนเงินภายใน 1 วัน จากปกติใช้เวลา 3 วัน

“ถ้าโอนเงินในธนาคารเดียวกันจะคืนเงินได้ทันที แต่หากโอนเงินข้ามธนาคารจะต้องรอการตรวจสอบ ซึ่งมีข้อตกลงระหว่างธนาคารว่าจะใช้เกณฑ์นี้ให้คืนเงินลูกค้าในวันรุ่งขึ้น” นายปรีดี กล่าว

ทั้งนี้ การที่ระบบโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารล่มบ่อย มาจากการทำธุรกรรมของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น หลังจากยกเลิกเก็บค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลเมื่อปลายเดือน มี.ค. 2560 ซึ่งปริมาณธุรกรรมสูงสุด (พีก) อยู่ที่ 250 รายการ/วินาที จากปกติธุรกรรม 150 รายการ/วินาที ซึ่งจะพีกในช่วงกลางเดือนและปลายเดือน

สำหรับการป้องกันภัยไซเบอร์นั้นได้เพิ่มความเข้มข้น 3 ระดับ คือ ระดับแรก ระบบความปลอดภัยภายในธนาคารเอง ระดับที่สอง ธปท.เข้ามาตรวจสอบ และระดับที่สาม ความร่วมมือระหว่างองค์กรทั้งในประเทศที่มี TB-CERT แลกเปลี่ยนข้อมูลในภาคธนาคาร และจะขยายความร่วมมือไปยังภาคธุรกิจอื่นด้วย

นอกจากนี้ มีความร่วมมือกับศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยไซเบอร์นานาชาติ เช่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ ที่เป็นลักษณะคล้าย CERT ที่นำข้อมูลมาแลกเปลี่ยนกัน และหาวิธีป้องกันแฮ็กเกอร์ โดยมีสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA เป็นหน่วยงานหลัก

นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธาน กรรมการกรุงศรีคอนซูเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลและนวัตกรรมของธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า การที่ระบบโมบายแบงก์กิ้งของสถาบันการเงินขัดข้องบ่อย มาจากธุรกรรมการเงินหนาแน่นเป็นพิเศษ ไม่เกี่ยวกับเรื่องแฮ็กเกอร์ ขณะเดียวกันผู้ใช้โมบายแบงก์กิ้งมีปริมาณธุรกรรมเพิ่มแบบ ยอดโอนเงินต่อครั้งน้อยลงเรื่อยๆ เหลือหลักสิบบาท

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงศรีฯ ลงทุนด้านไอที 3,000-4,000 ล้านบาท/ปี เพื่อรองรับปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น โดยโมบาย แบงก์กิ้งกรุงศรี (KMA) มีลูกค้าดาวน์โหลด 3.8 ล้านคน ขณะที่ปัจจุบันมีผู้ใช้โมบายแบงก์กิ้งทั้งระบบ 32 ล้านราย สิ้นปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 36-38 ล้านราย

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ