บิ๊กแลนด์แอนด์เฮ้าส์แนะจับตาทุนนอกไหลเข้าระยะสั้น

วันที่ 15 ต.ค. 2553 เวลา 15:31 น.
บิ๊กแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ อนันต์ อัศวโภคิน ชี้จับตาทุนนอกไหลเข้ามาลงทุนระยะสั้น ผ่านตลาดพันธบัตรทำบาทแข็ง  ระบุหากถอนลงทุนเร็วเศรษฐกิจอาจแย่

นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์  เปิดเผยว่าเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะสงครามอัตราแลกเปลี่ยน ( Currency War)  เห็นได้ชัดจากเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาในเมืองไทยจำนวนมาก ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องระมัดระวัง หากทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนผ่านตลาดพันธบัตรถือเป็นการลงทุนในระยะสั้นและมีการถอนทุนเร็วอาจจะทำให้เศรษฐกิจไทยแย่ก็เป็นได้  ซึ่งรัฐบาลจำเป็นจะต้องมีมาตรการที่ออกมารองรับอย่างทันท่วงทีเมื่อเงินทุนต่างชาติจะไหลออก

“  ปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมากในขณะนี้ เกิดขึ้นกับทุกประเทศทั่วโลก ที่กำลังเข้าสู่สงครามอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเต็มรูปแบบ จากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง และเงินทุนจากต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยขณะนี้ เป็นเงินร้อนระยะสั้นที่เข้ามาลงทุนในตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นเป็นหลัก ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดที่สุด และภาครัฐจะต้องมีมาตรการดูแลเงินทุนระยะสั้น  อาทิ มาตรการทางภาษี เป็นต้น เพื่อดูแลเงินทุนต่างชาติเมื่อถึงเวลาที่จะไหลออกนอกประเทศ”

อย่างไรก็ตามหากพิจารณาโดยรวมแล้วเศรษฐกิจไทยถือว่ายังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากผู้ประกอบการไทยมีความระมัดระวังมากขึ้นและแทบจะไม่มีผู้ประกอบการรายใดกู้เงินดอลล่าร์ และเชื่อว่าวิกฤตต้มยำกุ้งรอบสองจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน   นอกจากนี้การที่ผู้ประกอบการอสังหาฯหลายรายได้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมออกมาสู่ตลาดจำนวนมากนั้นถือว่ายังไม่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับราคา 1 ล้านต้นๆ  ที่ออกมาสู่ตลาดมากกว่า 1 หมื่นยูนิตแล้ว เนื่องจากตลาดยังมีความต้องการรออยู่มาก เหมือนกับโครงการบ้านเอื้ออาทร  ที่ตอนแรกมองว่าโครงการดังกล่าวล้นตลาดเพราะมีจำนวนยูนิตออกมามาก  แต่ขณะนี้ที่อยู่อาศัยประภทบ้านเอื้ออาทร  สินค้าก็ถูกดูดซับไปตามความต้องการที่มีมาก

ด้านนายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ กล่าวว่า เศรษฐกิจและการเมืองไทยยังไม่น่าเป็นห่วงว่า เกิดเหตุเลวร้ายขึ้นอีก เพราะเมืองไทยนั้นผ่านเรื่องเหตุการณ์การเมืองช่วงเลวร้ายมากแล้ว โดยในปีนี้บริษัทฯมั่นใจว่า ยอดขายเติบโตสูงถึง 20% จากเป้าเดิมอัตราการเติบโตอยู่ที่ 10%   ซึ่งจะเห็นได้ว่ายอดซื้อสินค้าเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 8 % จากเดิมอยู่ที่ 2,200 บาท แต่ปัจจุบันอยู่ที่  2,400 บาท ต่อใบเสร็จ

ขณะที่บริษัทฯนำสินค้าเข้า มาจำหน่ายจากต่างประเทศ 20%  ของยอดขายรวม โดยเฉพาะจากจีน อินเดีย เวียดนามและอิสราเอล แต่ผลจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ไม่ได้ทำให้บริษัท นำสินค้าต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายมากขึ้น เนื่องจากสินค้านำเข้าที่จะเข้ามาขายนั้นจะต้องคำนึง ถึงความต้องการของลูกค้าว่ามีมากน้อยเพียงใด หากนำสินเค้าเข้ามาจำนวนมากอาจจจะขายไม่ออกก็เป็นได้

นายคุณวุฒิ กล่าวอีกว่าปัจจุบันสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ประเภทเครื่องปรับอากาศ ทีวี มีการแข่งขันสูง ทำให้ราคาขายปรับตัวลดลง  ขณะที่สินค้าในกลุ่มวัสดุก่อสร้างและตกแต่งนั้นไม่ได้ปรับตัวสูง