กรณ์' ชี้ บาทแข็งเพราะศก.สหรัฐฯชะลอตัว

  • วันที่ 14 ต.ค. 2553 เวลา 12:05 น.

'กรณ์' ชี้ บาทแข็งเพราะศก.สหรัฐฯชะลอตัว มีทั้งฝ่ายได้เปรียบเสียเปรียบ ย้ำ เร่งมาตรการช่วยเหลือภาคส่งออก                ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณากระทู้ถามสดเรื่อง เงินบาทแข็งค่าขึ้นส่งผลกระทบต่อประชาชนรัฐบาลจะแก้ไขอย่างไร ของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยนายสุรพงษ์ กล่าวว่า ว่า มาตรการ 5 ข้อที่รัฐบาลประกาศไปเพื่อช่วยเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นนั้น  ยืนยันได้ว่ามาตรการดังกล่าวล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้ค่างินบาทแข็งค่าขึ้นเป็น 29 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ  ตรงนี้เป็นเพราะมีการเกร็งกำไรเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะถ้าหุ้นวิ่งขึ้นอีก 2 บาทกำไรก็จะเพิ่มขึ้นอีก     "มีคนตั้งคำถามว่านายกฯทำอะไรอยู่ ตอนนี้หลายอุตสาหกรรมกำลังประสบปัญหา อาจต้องลดขนาดธุรกิจลงเร็วๆนี้ สินค้าเกษตรที่ส่งออกได้รับผลกระทบจากค่าเงินที่ลดลง เกษตรกรเกิดวิบากกรรม ทั้งน้ำท่วม ข้าวของราคาแพง และแม้ราคาเงินบาทจะแข็งตัวขึ้นแต่ปรากฎว่าราคาน้ำมันไม่มีการลดลงแล้วแบบ นี้ประชาชนจะมีชีวิตรอดได้อย่างไร  ซึ่งหากนายกฯและรมว.คลัง ไม่ทำอะไรอีกก็ควรพิจารณาตัวเองและรีไทน์ออกไปเสีย และหากอีก 3 มาตรการ ที่ออกมาทำแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทแข็งตัวไม่ได้จะรับผิดชอบอย่างไร จึงอยากถามว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนจากค่าเงินบาทแข็ง ตัวอย่างไร" นายสุรพงษ์ กล่าว                 นายกรณ์  จาติกวนิช รมว.คลัง ชี้แจงว่า โดยทั่วไปอัตราค่าเงินของประเทศใดที่แข็งค่าขึ้นก็เท่ากับเงินในกระเป๋าพี่ น้องมีค่าขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งหากดูอัตราเศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อัตราว่างงานก็มีเพียง 1 %ซึ่ง ถือว่าต่ำมากที่สุด ซึ่งหากเปรียบเทียบกับอัตราสกุลเงินอื่นอย่างเงินเยนค่าเงินบาทยังอ่อนอยู่ ด้วยซ้ำ แต่เมื่อเปรียบกับเงินดอลล่าร์สหรัฐค่าเงินบาทจึงแข็งขึ้น เพราะเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอลงอย่างมาก อัตราว่างงานของสหรัฐสูงถึง 10% การขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 0% จึง ไม่ใช่เรื่องแปลกใจเมื่อนำเงินสกุลต่างๆไปเทียบกับเงินดอลล่าร์สหรัฐแล้วจะแข็งเงินจอย่างต่อเนื่อง     นายกรณ์ กล่าวว่า ส่วนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคตของสหรัฐฯนั้น เท่าที่ได้ฟังนโยบายเศรษฐกิจของเขาที่กรุงวอชิงตัน คือจะใช้วิธีกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายทางการเงิน โดยจะมีการพิมพ์เงินดอลล่าร์ออกมามากขึ้นและกดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลง เพื่อต่อสู้กับประเทศอื่นในโลก ปัญหาคือเราจะทำอะไรได้บ้าง เพราะนโยบายของสหรัฐฯที่ออกมาจะมีผลในเชิงบวกและเชิงลบ คนที่ลงทุนในต่างประเทศและใช้เงินซื้อสินค้าต่างประเทศจะได้เปรียบ แต่เศรษฐกิจไทยเน้นการส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อน คณะรัฐมนตรี(ครม.)จึงมีความจำเป็นที่ต้องมีมาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกไม่ให้ ได้รับผลกระทบมากเกินไปจากอัตราค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง      " บทบาทหน้าที่ในเรื่องอัตราการแลกเปลี่ยนนั้น ภาระหน้าที่ตามกฎหมายอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมันง่ายมากที่จะโบ้ยความผิดไปที่ผู้ว่าธปท. แล้วเห็นด้วยว่ามาตรการของธปท.ทำอะไรไม่ได้  แต่ใน การประชุมครม.พูดกันชัดเจนว่าสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบคือผลอัตราแลกเปลี่ยน มีผลต่อผู้ส่งออก ครม.จึงมีมาตรการเยียวยาผู้ส่งออกขนาดเล็กโดยตรง ส่วนที่ท่านอ้างว่ามาตรการนี้ล้มเหลว ก็ชัดเจนว่าท่านไม่เข้าใจคิดว่ามาตรการที่ครม.ออกมาเพื่อลดค่าเงินบาท ซึ่งมันไม่ใช่ แต่มาตรการที่ออกมาเพื่อเสริมสภาพคล่องให้ผู้ส่งออกรายเล็ก ซึ่งทั้งหมดเวลาจะเป็นผู้ตัดสิน" นายกรณ์ กล่าว

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ