ธนชาตมั่นใจสินเชื่อรถโต

  • วันที่ 12 เม.ย. 2561 เวลา 08:19 น.

ธนชาตมั่นใจสินเชื่อรถโต

ธนชาตยันยกเลิกค่าฟีพ.ร.บ.คุมลีสซิ่ง ไม่กระทบรายได้มั่นใจสินเชื่อรถยนต์ปีนี้เติบโตมากกว่าปีก่อน ทุ่มลงทุนไอทีปีละ 1,000-2,000 ล้าน

นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต  เปิดเผยว่า  จากกรณีที่ธนาคารประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมผ่านโมบายแบงก์กิ้ง รวมถึง พ.ร.บ.เกี่ยวกับธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์แก่บุคคลทั่วไป ที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2561 เป็นต้นไปนั้น ธนาคารประเมินว่าไม่กระทบต่อ รายได้และผลการดำเนินงานของธนาคารแต่อย่างใด เนื่องจากธนาคารมีรายได้จากส่วนอื่นเข้ามาทดแทน มีธุรกิจที่หลากหลายซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะผู้บริโภคจะได้ประโยชน์จากเรื่องดังกล่าว

ทั้งนี้ ธนาคารมีการประเมิน สถานการณ์ทุกๆ เดือน เพื่อปรับแผนงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาระบบดิจิทัลแบงก์กิ้งให้มีศักยภาพต่อเนื่อง ซึ่งได้ตั้งงบลงทุนด้านเทคโนโลยีเฉลี่ยปีละ 1,000-2,000 ล้านบาท

นายสมเจตน์ กล่าวว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 2% ถือว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เอ็นพีแอลของธนาคารปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง และต่ำกว่าระบบอุตสาหกรรมที่เฉลี่ยอยู่ที่ 3% โดยปีนี้ธนาคารยังควบคุมและพยายาม ลดลงเอ็นพีแอลอย่างต่อเนื่อง ส่วนกรณีการตั้งสำรองหนี้เสียตามมาตรฐานบัญชีใหม่ (IFRS 9) ไม่มีผล หรือภาระต่อการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันธนาคารมีอัตราการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญอยู่ในระดับสูง 139.80%

"ภาพรวมการปล่อยสินเชื่อในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ยังคงเติบโตดีและเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้ยอดปล่อยสินเชื่อทั้งปีนี้มั่นใจว่าจะเติบโตกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะ สินเชื่อเช่าซื้อถึงแม้ว่าจะไม่เห็นตัวเลขจากงานมอเตอร์โชว์ล่าสุดก็ตาม" นายสมเจนตน์ กล่าว

นอกจากนี้ ธนาคารธนชาตร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมมือเปิดโครงการ "รู้จักกลลวง รู้ทันมิจฉาชีพ ปลอดภัยทางการเงิน" ให้ข้อมูลความรู้ประชาชน พร้อมเปิดตัว 10 คลิปเตือนภัย เผยแพร่ทุกช่องทางออนไลน์ เรื่องมีเนื้อหาที่จำลองมาจากเหตุการณ์จริงของกลุ่มมิจฉาชีพในรูปแบบต่างๆ

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ในปีที่ ผ่านมามีร้องเรียนว่าถูกมิฉาชีพหลอกลวงคิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยมาจาก แชร์ลูกโซ่ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น

ข่าวอื่นๆ