สันติ เผยเชื่อมั่นอุตฯเดือนพ.ย.สูงสุดรอบ 43 เดือน

วันที่ 24 ธ.ค. 2552 เวลา 16:06 น.
โพสต์ทูเดย์ – สภาอุตฯเผยค่าดัลนีเชื่อมั่นสูงสุดในรอบ 43 เดือน วอนรัฐหนุนโครงการพัฒนาฝีมือแรงงาน

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมในเดือนพ.ย.2552 ว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 104.7 ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากเดือนต.ค. ที่ระดับ 104.3 โดยเป็นผลมาจากดัชนียอดคำสั่งซื้อ ต้นทุนประกอบการปรับตัวสูงขึ้น และความเชื่อมั่นปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน ซึ่งถือเป็นค่าดัชนีที่สูงที่สุดในรอบ 43 เดือนตั้งแต่เดือน มี.ค. 2549

ทั้งนี้ มีปัจจัยสำคัญมาจากคำสั่งซื้อรวมที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ทำให้มีความต้องการซื้อสินค้ามากขึ้น ราคาน้ำมันขายปลีกทุกประเภททรงตัว ทำให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองปราศจากความรุนแรง ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการดีขึ้น

สำหรับดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 107.8 ในเดือนต.ค. มาอยู่ที่ระดับ 118.3 ในเดือนพ.ย. เนื่องจากผู้ประกอบการคาดว่ายอดขายรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการจะสูงขึ้น

ส่วนข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการต่อภาครัฐในเดือนนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องกันคือ ให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาฝีมือแรงงาน เช่น ในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ และอาหาร แก้ไขปัญหาทางการเมืองให้มีเสถียรภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงพิจารณาเรื่องการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อช่วยลดภาระให้ผู้ประกอบการ ดูแลข้อตกลงเรื่องการเปิดเสรีการค้า (เอฟทีเอ) ต่างๆ ให้อยู่ในสภาวะที่แข่งขันได้ และมีความพิถีพิถันในการเจรจาทางการค้าจากนี้ต่อไป รวมทั้งเร่งลงทุนตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่สอง เพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัว

นอกจากนี้ ยังต้องการให้รัฐบาลดูแลค่าเงินบาทไทย โดยเปรียบเทียบกับค่าเงินของประเทศคู่ค้า หากค่าเงินมีความแตกต่างกันมาก จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยทันที เนื่องจากในปีหน้าค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นมากกว่าปีนี้

“ผลดีกรณีที่การเมืองไทยมีความสงบติดต่อกันเป็นเวลาหลายเดือนและแนวโน้มเศรษฐกิจเริ่มฟื้นทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับอานิสงค์อย่างมาก เพราะมีนักท่องเที่ยวทยอยเข้ามาท่องเที่ยวต่อเนื่อง ล่าสุดธุรกิจท่องเที่ยวก็เงียบมากและไม่โวยวายเหมือนช่วงต้นปีที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก” นายสันติ กล่าว

สำหรับอัตราการใช้กำลังการผลิตในปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 60% ส่วนในปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 65-70% ส่งผลให้บางโรงงานจะขาดแคลนแรงงานเพิ่มขึ้น