ยาสูบรุกชิงส่วนแบ่งตลาดล่าง

  • วันที่ 02 มี.ค. 2561 เวลา 08:22 น.

ยาสูบรุกชิงส่วนแบ่งตลาดล่าง

ยาสูบฮึดแย่งตลาด คืนปั้นยาเส้นไม่ปรุงรสราคาถูกลดภาระ จ่ายภาษี มั่นใจปีนี้กลับมากำไรจากเดิมคาดขาดทุน 1.5พันล้าน

นายยุทธนา หยิมการุณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะกรรมการโรงงาน ยาสูบ เปิดเผยว่า แม้ว่าการขายบุหรี่ของโรงงานยาสูบจะลดลงหลังใช้อัตราภาษีใหม่เมื่อ 16 ก.ย. 2560 ที่ผ่านมา เนื่องจากบุหรี่ต่างประเทศได้เปรียบมากกว่าบุหรี่ไทยเพราะราคาใกล้เคียงกัน ซึ่งโรงงานยาสูบก็ผลิตบุหรี่ยี่ห้อใหม่ราคา 60 บาท ออกมาทำตลาดเพื่อทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังทำยาเส้นที่ไม่ได้ปรุงรส ซึ่งเสียอัตราภาษีสรรพสามิตต่ำออกมาขาย ซึ่งขายได้ดี ทำให้ได้ส่วนแบ่งบุหรี่ตลาดล่างของโรงงานยาสูบเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนยาเส้นคุณภาพดี ก็มีการบรรจุภัณฑ์น่าสนใจ ทำให้บริโภคตอบรับสินค้าใหม่นี้ดีมาก

นายยุทธนา กล่าวว่า จากเดิมที่โรงงาน ยาสูบคาดการณ์ว่าผลประกอบการในปี 2561 จะขาดทุน 1,500 ล้านบาท จากปี 2560 ที่กำไร 9,000 ล้านบาท เชื่อว่า ขณะนี้ผลประกอบการทั้งปีจะฟื้นกลับ มามีกำไร ส่วนจะกำไรเท่าไรต้องดูว่าจะ ดึงส่วนแบ่งการตลาดกลับคืนจากบุหรี่ ต่างประเทศที่แย่งไปกลับมาได้เท่าไร

"โรงงานยาสูบต้องทำกลยุทธ์การตลาดใหม่ๆ เพื่อทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มมากที่สุด เพราะโรงงานบุหรี่ใหม่ที่จังหวัดอยุธยาก็เสร็จแล้ว  นอกจากตลาดขยายตลาดบุหรี่ในไทยแล้ว ยังมีแผนขยายตลาดต่างประเทศลาวและกัมพูชา รวมถึงมีกลยุทธ์ไปรับจ้างผลิตให้บุหรี่ต่างประเทศของอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์" นายยุทธนา กล่าว

นายยุทธนา กล่าวว่า ส่วนแบ่งการตลาดของโรงงานยาสูบเริ่มเพิ่มขึ้นจากที่อยู่ 80% ลดลงไปเหลือ 60% ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดขยับเพิ่มขึ้นเป็น 62-63% และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะบุหรี่ของโรงงานยาสูบตัวเดิมๆ ที่ราคาแพงขึ้นก็ยังขายได้เพราะผู้บริโภคชอบรสชาติบุหรี่ไทยมากกว่าบุหรี่ต่างประเทศ ซึ่งโรงงานยาสูบต้องปรับตัวการแข่งขัน ไม่สามารถรอให้กระทรวงการคลังหรือกรมสรรพสามิตออกกฎหมาย มาช่วยเหลือได้ เพราะจะถูกต่างประเทศฟ้องร้องเอาเปรียบทางการค้าได้

"คณะกรรมการได้สั่งให้ฝ่ายบริหารเร่งปรับกลยุทธ์ทางการตลาดและเร่ง ลดค่าใช้จ่าย แต่ให้กระทบกับพนักงานน้อยที่สุด" นายยุทธนา กล่าว

ภาพประกอบข่าว 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต

ข่าวอื่นๆ