ทริสแจกเรตติ้งให้ CPF รับA+

วันที่ 01 ต.ค. 2553 เวลา 16:36 น.
ทริสแจกเรตติ้งหุ้นกู้CPF วงเงิน 8 พันล้านบาท ที่A +แนวโน้มเชิงบวก   บริษัท ทริสเรทติ้ง  ประกาศผลอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่มีประกันชุดใหม่ ในวงเงินไม่เกิน 8,000 ล้านบาทของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร  (CPF) ที่ระดับ “A+” พร้อม  ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่มีประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “A+” เท่าเดิมด้วยแนวโน้ม “Positive” หรือ “บวก”     โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะความเป็นผู้นำในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ตลอดจนการมีสินค้าและตลาดที่หลากหลาย การขยายธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปพร้อมบริโภคภายใต้ตราสัญลักษณ์ “CP” ที่เพิ่มขึ้น และความได้เปรียบด้านต้นทุนจากการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ    อย่างไรก็ตาม การพิจารณาอันดับเครดิตยังคำนึงถึงอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทที่ค่อนข้างตํ่า รวมถึงความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และความเสี่ยงต่อโรคระบาดต่าง ๆ ด้วย  แนวโน้มอันดับเครดิต “Positive” หรือ “บวก” สะท้อนถึงพัฒนาการของโครงสร้างธุรกิจของบริษัทที่เน้นผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมบริโภคที่มีตราสัญลักษณ์และการขยายธุรกิจในต่างประเทศ   ทั้งนี้การให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มน่าจะช่วยลดความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ในขณะที่ความได้เปรียบจากการเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีสินค้าและตลาดที่หลากหลาย รวมทัง้ การประหยัดจากขนาดคาดว่าน่าจะช่วยทำให้บริษัทมีผลกำไรที่สม่ำเสมอมาก ขึ้น

ทริสเรท ติ้ง รายงานว่า บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหารเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ซึ่งธุรกิจดังกล่าวถือเป็นธุรกิจหลักของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในประเทศไทยด้วย โดย ณ เดือนสิงหาคม 2553 กลุ่มบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ถือหุ้นในบริษัท 40.81% ธุรกิจของบริษัทแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักคือกลุ่มสัตว์บกและกลุ่มสัตว์ น้ำ โดยแต่ละกลุ่มประกอบด้วยธุรกิจอาหารสัตว์ธุรกิจฟาร์ม และธุรกิจอาหารพร้อมบริโภค การดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรส่งผลให้สินค้าของบริษัทได้มาตรฐานสากล ทั้ง ในด้านความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับซึ่งสามารถส่งออกไปยังประเทศผู้นำเข้าหลักซึ่งได้แก่ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป เอเชีย และประเทศสหรัฐอเมริกา
 
 ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2553 บริษัทมีรายได้จากธุรกิจฟาร์มคิดเป็น 44% ของยอดขายรวม รองลงมาเป็นธุรกิจอาหารสัตว์ 39% และธุรกิจอาหารพร้อมบริโภค 17% เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และเพื่อสร้างเสถียรภาพของกระแสเงินสด บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมบริโภคที่มีตราสัญลักษณ์และการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทัง้ ตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศต่อไป และบริษัท ตั้งเป้ าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจอาหารพร้อมบริโภคให้เป็น 1 ใน 3 ของยอดขายรวมภายใน 5 ปีข้างหน้าและลดสัดส่วนรายได้จากธุรกิจฟาร์มซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ลง