จดทะเบียนคอนโดแซงหน้าบ้านเดี่ยว

วันที่ 17 ธ.ค. 2552 เวลา 15:41 น.
   นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า จำนวนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในเขตกรุงเทพฯและ 5 จังหวัดปริมณฑล 3 ไตรมาสแรกของปี 2552 ทั้งแนวราบและห้องชุดคอนโดมิเนียม มีรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 64,300 หน่วย ในจำนวนนี้แบ่งเป็นห้องชุดจำนวน 32,800 หน่วย และที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 31,500 หน่วย

บ้านเดี่ยวเสียแชมป์ให้คอนโดเป็นครั้งแนก

   นับเป็นปีแรกที่จำนวนหน่วยห้องชุดคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่มีมากกว่าที่อยู่อาศัยแนวราบสร้างเสร็จจดทะเบียนในระหว่างงวด      

   สำหรับที่อยู่อาศัยแนวราบ แบ่งออกได้เป็น บ้านเดี่ยว 22,300 หน่วย คิดเป็น 34.6% ของหน่วยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ทั้งหมด ทาวน์เฮ้าส์ 6,000 หน่วย คิดเป็น 9.3% อาคารพาณิชย์ 2,200 หน่วย คิดเป็น 3.4% และบ้านแฝด 1,000 หน่วย คิดเป็น 1.5% ส่วนห้องชุดที่มีจำนวน 32,800 หน่วยนั้น คิดเป็น 51% ของที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ทั้งหมด

   อย่างไรก็ตาม จำนวนห้องชุดสร้างเสร็จจดทะเบียนดังกล่าวได้รวมเอาจำนวนหน่วยของโครงการเอื้ออาทรจำนวน 12,000 หน่วยเข้าไปด้วย ดังนั้นหากตัดจำนวนหน่วยห้องชุดในโครงการเอื้ออาทรออกไปจะเหลือจำนวนห้องชุดคอนโดมิเนียมอื่นๆ 20,800 หน่วย เมื่อเทียบกับ 3 ไตรมาสแรกของปีที่แล้วห้องชุดสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่มีจำนวน 21,500 หน่วย เป็นห้องชุดจากโครงการเอื้ออาทรเพียง 3,400 หน่วย

   หากไม่นับโครงการเอื้ออาทร โครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในเขตกรุงเทพฯ มากที่สุด 5 อันดับแรก อยู่ในเขตพระโขนงจำนวนประมาณ 2,300 หน่วย เขตห้วยขวาง 2,100 หน่วย เขตจตุจักร 1,900 หน่วย เขตบางกะปิ 1,500 หน่วย และเขตสาทร 1,000 หน่วย

   สำหรับที่อยู่อาศัยแนวราบสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่มีจำนวนหน่วยมากที่สุดในเขตอำเภอบางบัวทองประมาณ 1,700 หน่วย อำเภอเมืองสมุทรปราการ 1,600 หน่วย เขตหนองจอก 1,300 หน่วย อำเภอเมืองปทุมธานี 1,200 หน่วย และเขตสายไหม 1,200 หน่วย ตามลำดับ

   เนื่องจากจำนวนหน่วยห้องชุดคอนโดมิเนียมมีแนวโน้มจะสร้างเสร็จอีกมาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ จึงได้ปรับประมาณการจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จใหม่ทั้งปีสำหรับปี 2552 เป็นประมาณ 85,000 หน่วย โดยในจำนวนนี้จะเป็นโครงการเอื้ออาทรประมาณ 15,000 หน่วย เทียบกับปี 2551 มีจำนวนหน่วยรวมประมาณ 83,000 หน่วย แต่เป็นจำนวนหน่วยเอื้ออาทรประมาณ 7,700 หน่วยในปีที่แล้ว