สมาชิกคลองจั่นจ่อชวดเงิน

วันที่ 24 มิ.ย. 2560 เวลา 07:49 น.
สมาชิกคลองจั่นจ่อชวดเงิน
สหกรณ์ฯ คลองจั่น หวั่นหาเงินมาชำระหนี้คืนสมาชิกไม่ทันปลายปีนี้ เหตุไม่สามารถขายที่ดินได้โดยตรง ต้องใช้วิธีขายทอดตลาด

นายประกิต พิลังกาสา ประธานผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เปิดเผยว่า สหกรณ์คาดว่าจะไม่สามารถชำระหนี้งวดที่ 4 รวมกว่า 500 ล้านบาท ได้ตามกำหนดภายในสิ้นปีนี้ เนื่องจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ขายที่ดิน 2 แปลง จำนวน 9 ไร่ ใน ต.แพรกษา จ.สมุทรปราการ และที่ดินอีกจำนวน 1,616 ไร่ ที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ด้วยวิธีการประมูลขายทอดตลาด โดยกรมบังคับคดี ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานาน

ทั้งนี้ สหกรณ์ไม่สามารถขายที่ดินดังกล่าวได้โดยตรง เนื่องจากมีเจ้าหนี้รายหนึ่งยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลาง เพราะเห็นว่าขายที่ดินได้ราคาต่ำเกินไป และใกล้เคียงกับราคาประเมิน ทั้งที่เป็นที่ดินสนามกอล์ฟเก่า แต่ในความเป็นจริง ปัจจุบันเป็นที่ดินรกร้าง อย่างไรก็ตาม การยื่นคำร้องดังกล่าวทำให้ศาลล้มละลายกลางพิจารณาเปลี่ยนการขายเป็นวิธีขายทอดตลาด คณะกรรมการผู้บริหารแผนฯ จึงไม่สามารถขายที่ดินได้ด้วยตัวเอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ศาลล้มละลายกลางมี คำสั่งอนุญาต และมีผู้ซื้อบางรายวางเงินมัดจำไว้แล้ว

ขณะที่การขายที่ดินโดยวิธีการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง คาดว่า จะไม่สามารถนำเงินมาชำระหนี้ได้ตามกำหนดในช่วงปลายปีนี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ทรัพย์สินบางส่วนของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ทางสหกรณ์ที่ยังไม่สามารถนำมาแปลงเป็นทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้ได้ เนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ อยู่ระหว่างยึดอายัดไว้

"สหกรณ์อาจล้มละลาย หากผู้บริหารแผนฯ ไม่สามารถจัดการทรัพย์สินได้ด้วยตัวเอง เนื่องจากถูกคัดค้านจากเจ้าหนี้บางรายที่ไม่พอใจ ประกอบกับทรัพย์สินของนายศุภชัยถูกดีเอสไออายัดไว้จำนวนหนึ่ง และแม้จะส่งหนังสือร้องเรียนเพื่อขอความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ ทำให้การดำเนินงานไม่เป็นไปตามแผน ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้บริหารแผนฯ" นายประกิต กล่าว

สำหรับกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน นำสมาชิกเจ้าหนี้จำนวน 665 คน กล่าวโทษ และฟ้องดำเนินคดีอาญา ทุจริต กรณีทุจริตฉ้อโกง ต่อสหกรณ์ฯ คลองจั่น ในการดำเนินการฟื้นฟูกิจการ และการบริหารดำเนินธุรกิจนั้น ยืนยัน ว่า สหกรณ์จะไม่ตอบโต้ในรายละเอียด แต่จะขอสู้คดีเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ภายในชั้นศาล และยืนยันว่าการที่นายไพบูลย์ กับพวก ยื่นฟ้องร้องต่อศาลนั้นและมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร นายไพบูลย์และพวกต้องรับผิดชอบต่อ ข้อมูลที่เผยแพร่ไป