คลังลั่นเก็บภาษีชินใช้ม.61เรียกได้เลย

วันที่ 17 มี.ค. 2560 เวลา 08:27 น.
คลังลั่นเก็บภาษีชินใช้ม.61เรียกได้เลย
คลังยันใช้กฎหมายภาษีมาตรา 61 เรียกประเมินภาษี "ทักษิณ" ได้ ให้กรมสรรพากรดำเนินการให้ทันอายุความ

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเก็บภาษีหุ้นจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น กรมสรรพากรสามารถดำเนินการเรียกประเมินภาษีได้เลย ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 61 ไม่ต้องใช้อภินิหารของกฎหมายอื่นแต่อย่างใด โดยหลักการเบื้องต้นนั้น กรมสรรพากรต้องมีหน้าที่ในการประเมินภาษีได้ทันที และเมื่อมีการประเมินแล้วอายุของคดีความก็ไม่มีผลแต่อย่างใด

"ไม่ต้องทำอะไร กฎหมายยังมีช่องทางให้ทำได้ ผ่านมาตรา 61 โดยกรมสรรพากรสามารถออกแบบประเมินภาษีได้เลย ทุกอย่างก็จบ เมื่อประเมินได้ผลก็คือทุกอย่างจบ ส่วนหมายเรียกถือว่าได้ออกไปแล้ว แต่กระบวนการทั้งหมดคงเป็นหน้าที่ของกรมสรรพากรที่จะดำเนินการ ดังนั้นในรายละเอียดผมคงตอบไม่ได้มาก"  นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย กล่าวอีกว่า ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบกรณีดังกล่าวนั้น มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปแล้ว 60-70% โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด ว่ามีเจ้าหน้าที่รายใดที่ละเว้นการกระทำหน้าที่ หรือกระทำหน้าที่ไปด้วยความสุจริตหรือไม่อย่างไร

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า  การที่กรมสรรพากร เตรียมออกใบประเมินเรียกเก็บภาษีหุ้น ชินคอร์ปย้อนหลังกับนายทักษิณ ภายใน 31 มี.ค.นี้ เป็นเรื่องของหน่วยงาน รับผิดชอบ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล  ส่วนทำไมมาเรียกภาษีช่วงนี้ขอให้กรมสรรพากรเป็นผู้ดำเนินการ

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุว่า กรณีการเดินหน้าเก็บภาษีหุ้น ชินคอร์ปของรัฐบาล โดยมีรายละเอียดระบุว่ารัฐไม่ได้เรียกเก็บภาษีจากรายได้การขายหุ้นในตลาดฯ เมื่อปี 2549 เพราะทุกคนได้รับการยกเว้นภาระภาษีเท่าเทียมกันหมด แต่เรียกเก็บจาก รายได้ที่เป็นส่วนต่างของหุ้นที่ได้มาก่อนจากการซื้อนอกตลาดหุ้นในราคาหุ้นละ 1 บาท แล้วเอาไปขายในตลาดในราคาหุ้นละ 49 บาท และหุ้นมูลเหตุไม่ได้เป็นของลูกชายและลูกสาว แต่เป็นของพ่อ ทั้งนี้จากคำพิพากษาศาลฎีกาฯ ต้นปี 2553

กรณีที่ว่าข้าราชการกระทรวงการคลังเคยตอบข้อหารือในปี 2548 ว่าการกระทำเช่นนี้ คือซื้อหุ้นนอกตลาดในราคาถูก แล้วไปขายในตลาดราคาแพงกว่าหลายเท่า ไม่เกิดภาระภาษีขึ้นนั้น ศาลอาญาก็ได้มีคำพิพากษาลงโทษ จำคุกข้าราชการกลุ่มนั้นแล้วเมื่อปี 2559 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ