มาร์คสั่งพาณิชย์ดูราคาสินค้า

วันที่ 27 ส.ค. 2553 เวลา 15:55 น.
นายกรัฐมนตรี สั่งกระทรวงพาณิชย์ ดูแลราคาสินค้า เตรียมชง ครม.เศรษฐกิจ 30ส.ค. พิจารณา รับเงินบาทแข็ง มีทั้งเก็งกำไร-เป็นไปตามธรรมชาติ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่จะมีการขยับราคาสินค้าหลายประเภท ว่า  จะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ วันที่ 30 ส.ค.นี้  และมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ไปดูต้นทุนราคาสินค้าแต่ละประเภท  โดยจะต้องดูตัวเลขย้อนหลังไป เพราะมีบางช่วงที่รัฐบาลขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการไม่ให้ขึ้นราคา  จะต้องดูว่าสะสมมากน้อยแค่ไหน อย่างไร

“ผมเป็นห่วงว่าการขึ้นราคาสินค้า จะกระทบกับประชาชน อย่างไรก็ตาม เมื่อภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้น แล้วผู้ประกอบการมองว่า ต้นทุนได้สะสมขึ้น จึงได้ร้องขอมา เรื่องนี้จึงต้องดูด้วยความระมัดระวัง ส่วนอัตราเงินเฟ้อขณะนี้ อยู่ในระดับที่พอควบคุมได้ และที่ สศช. ประเมินมาครั้งสุดท้าย ก็มองว่ายังไม่น่ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ส่วนที่หลายหน่วยงานออกมาเตือนว่า เศรษฐกิจไทยอาจเข้าสู่ภาวะชะลอตัว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การขยายตัวอัตราจะลดลงเป็นธรรมชาติ เพราะช่วงแรกของการฟื้นตัว จะฟื้นจากฐานที่ต่ำ พอไปถึงระยะหนึ่ง ก็จะชะลอตัวลงมา แต่เป้าหมายของเรา ตัวเลขการขยายตัว น่าจะอยู่ที่ร้อยละ 7 แล้วปีหลังจากนี้ ถ้าอัตราการขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 4-5 ก็ถือเป็นเรื่องปกติ

เมื่อถามว่า กรณีที่ค่าเงินบาทแข็งตัวขึ้นในช่วงเวลานี้ จะทำให้เกิดการเก็งกำไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องดูเรื่องค่าเงิน ควบคู่ไปกับการดูเรื่องเงินเฟ้อ  คิดว่า ธปท. ก็ระมัดระวังในการตัดสินใจ  ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยแค่ไหน อย่างไร ขอย้ำอีกครั้งว่า เรื่องค่าเงินเป็นปัญหาของทั้งภูมิภาค ซึ่งไปในทิศทางเดียวกัน ที่สำคัญดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย ก็ยังเกินดุลอย่างต่อเนื่อง

เมื่อถามว่า  การแข็งตัวของค่าเงินบาทในช่วงเวลานี้ เป็นไปตามธรรมชาติหรือถูกเก็งกำไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ค่าเงินกับตลาดเงิน จะมีทั้ง 2 ส่วนเสมอ ทั้งเรื่องปัจจัยพื้นฐานกับการเก็งกำไร จะพันกันอยู่ เป็นธรรมชาติของระบบทุน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะดูแลค่าเงินไม่ให้ผันผวนเกินไป แต่ก็จะไม่ฝืนกลไกตลาด เพราะเคยมีมีบทเรียนราคาแพงมาแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า อัตราดอกเบี้ยเวลานี้ เป็นสาเหตุของการไหลเข้าเงินทุน จนผิดสังเกตหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเก็งกำไรจะเป็นช่วง ๆ บางทีก็เกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ บางทีก็เกี่ยวกับตัวอัตราแลกเปลี่ยนสำนักงานคณะกรรมการกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ต้องดูแล อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบว่าผิดปกติ แม้ปริมาณเงินทุนบางวันจะเข้ามามาก