ขีดเส้น3เดือนให้ปลัดคลังใหม่โชว์ผลงาน

วันที่ 26 ส.ค. 2553 เวลา 13:07 น.
บิ๊กคลังพาเหรดโชว์ภารกิจสำคัญ ว่าที่ปลัดคลังคนใหม่ถูกขีดเส้นตาย 3 เดือน ต้องวางยุทธศาสตร์คลัง 5 ปี ให้มีความชัดเจน

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อธิบดีกรมสรรพสามิต ว่าที่ปลัดคลังคนใหม่ เปิดเผยว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กำหนดเวลาให้ผู้บริหารที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่เรียนรู้การทำงานในตำแหน่งใหม่ในเดือนก.ย. 2553 ก่อนที่จะเริ่มทำงานในตำแหน่งใหม่ในวันที่ 1 ต.ค. 2553 หลังจากนั้นให้เวลาการทำงาน 3 เดือน จะต้องมีความชัดเจนในเรื่องยุทธศาสตร์ และแผนงานที่จะดำเนินการอะไรต่อไปในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อทำให้การเงินการคลังของไทยมีความเข้มแข็ง

ด้านนายนริศ ชัยสูตร รองปลัดคลัง ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า จะเน้นการดูแลการคลังให้เป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจ เหมือนกับที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลการเงินให้เป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจ โดยการกำหนดนโยบายของ สศค.จะเน้นให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น

อารีพงศ์

ขณะที่นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการ สศค. ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า จะพัฒนาการเก็บภาษี โดยมองผู้เสียภาษีเป็นหุ้นส่วน และจะร่วมมือกับสมาคมต่างๆ จัดทำคู่มือการเสียภาษีในแต่ละภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้การเสียภาษีถูกต้องไม่เกิดปัญหา

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ที่ได้รับการแต่ตั้งเป็น อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า จะขยายการเก็บภาษีให้มากขึ้น โดยจะแก้ไขให้นำราคาขายปลีกมาใช้เป็นฐานการเก็บภาษีสรรพสามิต แทนราคาหน้าโรงงาน ซึ่งจะทำให้การเก็บภาษีรั่วไหลน้อยลง

นายประสงค์ พูนธเนศ ผู้ตรวจคลัง ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า การเก็บภาษีของกรมจะมีบทบาทน้อยลง กรมจึงต้องเน้นบทบาทของกรมให้ส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนให้สู่ตลาดโลกได้มากขึ้น ซึ่งจะนำรายได้เข้าประเทศ ทำให้กรมสรรพากรเก็บภาษีได้มากขึ้น

ด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า จะขยายฐานการเก็บเงินรายได้ของรัฐวิสาหกิจให้มากขึ้น จากที่ปัจจุบันรายได้การเก็บเงินนำส่งรัฐวิสาหกิจ และรายได้ของกรมธนารักษ์ คิดเป็น 10% ของรายได้ทั้งหมดของประเทศ ซึ่งยังสามารถขยายในส่วนนี้ได้อีกมาก

นายวินัย วิทวัชการเวส อธิบดีกรมธนารักษ์ ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า จะสานต่อนโยบายแจากที่ราชพัสดุให้เกษตรกรทำกิน 1 ล้านไร่ และเร่งโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการที่จังหวัดภูเก็ต และเกาะสมุย ซึ่งจะทำให้ดึงเงินตราจากต่างประเทศเข้ามาในเมืองไทยมากขึ้น

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ผู้ตรวจคลัง ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า จะเน้นการดูแลเบิกจ่ายให้ได้ตามเป้า ดูแลสวัสดิการของข้าราชการให้ได้รับอย่างเต็มที่ ป้องกันการทุจริตจากการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล และเร่งแก้ไขกฎหมายร่วมทุนรัฐและเอกชนปี 2535 เพื่อส่งเสริมการลงทุนขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้นได้