“กรุงไทย” อ่วมต้นทุนท่วม หลังชะลอมาบตาพุดทำเบิกใช้สินเชื่อชะงัก

วันที่ 08 ธ.ค. 2552 เวลา 18:19 น.
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวยอมรับว่า การชะลอโครงการมาบตาพุดออกไป ทำให้ธนาคารมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น เพราะวงเงินที่ให้กับลูกค้าที่ลงทุนในมาบตาพุดใน 65 โครงการที่ถูกศาลสั่งชะลอนั้น คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 2 หมื่นล้านบาท แต่ในนี้มี 3 รายที่ขอสินเชื่อคงค้างไปแล้ว 2,900 ล้านบาท ส่วนที่เหลือกว่า 1 หมื่นล้านบาทยังไม่ได้เบิกใช้ ซึ่งหากหยุดกิจกรรมการลงทุน เงินส่วนนี้ที่ยังไม่เบิกใช้ก็ต้องหยุดไปด้วย เพราะโครงการเหล่านี้จะเบิกใช้เงินตามความคืบหน้าโครงการ

นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ธนาคารไม่ต้องตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นพิเศษสำหรับวงเงิน 2,900 ล้านบาท เพราะบริษัทที่เป็นลูกค้าคือ ปูนซีเมนต์ไทย และปตท. ถือเป็นบริษัทขนาดใหญ่สามารถจัดหาผลประกอบการของบริษัทมารองรับได้ อีกทั้งเมื่อดูจากสินทรัพย์ธนาคารที่มีอยู่ 1 ล้านล้านบาท เงินจำนวนเท่านี้ถือว่าไม่มาก

ส่วนกรณีกระทรวงการคลังได้ขอให้ธนาคารกรุงไทยเป็นตัวยืนในการดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากมาบตาพุดนั้น ยังไม่ได้ยินเรื่องนี้ เพราะธนาคารแต่ละแห่งก็ดูแลลูกค้าของตัวเองอยู่แล้ว อีกทั้งบริษัทที่ลงทุนในมาบตาพุดเป็นบริษัทขนาดใหญ่ มีฐานะการเงินดี

นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า โครงการในมาบตาพุดส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ ไม่มีผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) จึงไม่เกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอี

“เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับมาบตาพุดอย่างเดียว แต่เกี่ยวกับทั่วประเทศ เพราะรัฐธรรมนูญ 50 ไม่ได้บังคับมาบตาพุด อย่างเดียว แต่กระทบอุตสาหกรรมอื่น ๆ ทั้งหมดด้วย เพราะมีเรื่องการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ(HIA) เข้ามาเกี่ยวข้อง ฉะนั้นเรื่องนี้ต้องมีความชัดเจน” นายอภิศักดิ์ กล่าว