ธปท.สั่งแบงก์ตรวจเข้มระบบตู้เอทีเอ็มป้องกันมัลแวร์

  • วันที่ 27 ก.ย. 2559 เวลา 19:08 น.

ธปท.สั่งแบงก์ตรวจเข้มระบบตู้เอทีเอ็มป้องกันมัลแวร์

ธปท.ออกประกาศถึงธนาคารพาณิชย์-ธนาคารัฐทุกแห่ง ให้ดูแลระบบและตู้เอทีเอ็มอย่างนัดกุม เพื่อป้องกันโปรแกรมมัลแวลร์  สั่งให้รายงานความคืบหน้าใน 60 วัน

นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศถึงธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ(ธนาคารรัฐ)ทุกแห่ง  ให้ดำเนินการปฏิบัติในการป้องกันป้องกันความเสี่ยงของระบบเอทีเอ็มจากโปรมแกรมมัลแวลร์ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เนื่องจากระบบเอทีเอ็มเป็นช่องทางการทำธุรกรรมการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ประชาชนมีการใช้บริการในวงกว้าง การพัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัยให้รองรับภัยคุกคามใหม่ๆ จะช่วยให้การบริการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีความปลอดภัยและเกิดความเชื่อมั่นในการใช้บริการ โดยปัจจุบันภัยคุกคามระบบเอทีเอ็มจากมัลแวลร์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สถาบันการเงินจำเป็นต้องยกระดับการป้องกันความเสี่ยง เพื่อหรับมือจากภัยเหล่านี้ได้ทันการณ์ 

แนวปฎิบัติประกอบด้วย 1.มาตรการระยะสั้น ครอบคลุมการตรวจสอบสถาพความเรียบร้อยของตู้เอทีเอ็ม อุปกรณ์ เครือข่ายสื่อสาร กล้องวงจรปิด แสงไฟให้สว่าง และบริเวณโดยรอบอย่างเคร่งครัด ความคุมการจัดเก็บและเบิกใช้กุญแจตู้เอทีเอ็ม การปรับแต่งค่าความปลอดภัยของตู้เอทีเอ็ม การควบคุมการเติมเงิน และการกระทบยอดเงินที่ตู้เอทีเอ็มให้รัดกุมยิ่งขึ้น ซึ่งมาตรการระยะสั้นนี้สถาบันการเงินต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จใน 6 เดือน

2.มาตรการระยะยาว ครอบคลุมการปรับปรุงตู้เอทีเอ็ม และระบบที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการเอทีเอ็ม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันและติดตามภัยคุกคาม รวมทั้งการปรับปรุงการควบคุมการปฏิบัติงานที่ตู้เอทีเอ็มให้เคร่งครัดรัดกุมยิ่งขึ้น เช่น ตู่เอทีเอ็มถูกเปิดหรือถูกงัดแงะ การรีบู๊ตในลักษณะที่ไม่ได้มีการวางแผนไว้ล่งหน้า เป็นต้น โดยมาตรการระยะยาวควรดำเนินการให้เสร็จภายใน 2 ปี

ทั้งนี้ ธปท.ยังให้หน่วยงานด้านการกำกับการปฏิบัติงานและหน่วยงานตรวจสอบภายในของสถาบันการเงินนั้นๆ มีส่วนร่วมในการกำกับดูแลและประเมินการปฎิบัติตามมาตรการดังกล่าวข้างต้นด้วย รวมถึงให้สถาบันการเงินส่งผลการประเมินพร้อมทั้งแผนการพัฒนาและปรับปรุงตามแนวปฏิบัติฉบับนี้ มาที่ฝ่ายตรวจสอบความเสี่ยงและเทคโนโลยี จองส่ายกำกับสถาบันการเงินของธปท..ภายใน 60 วัน นับจากการประกาศฉบับนี้ด้วย

ก่อนหน้านี้ เกิดปัญหาตู้เอทีเอ็มของธนาคารออมสินถูกโปรแกรมมัลแวร์ฉกเอาเงินสดจากตู้เอทีเอ็มไปได้จำนวนไม่น้อย สร้างความกังวลให้ประชาชนผู้ใช้บริการ และกระทบเชื่อโยงต่อความเชื่อมั่นของการใช้บริการในระบบพร้อมเพย์ที่ภาครัฐเตรียมเปิดให้บริการในเร็วๆนี้

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ