กรรมการอีสเทรินซีบอร์ดสั่งโรงงานขึ้นป้ายประจานตัวเอง

วันที่ 03 ธ.ค. 2552 เวลา 18:08 น.
โพสต์ทูเดย์ – ที่ประชุมคณะกรรมการอีสเทรินซีบอร์ดสั่งให้โรงงานขึ้นป้ายแจ้งสร้างมลภาวะเกินมาตรฐานกำหนด

   นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานประธานคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก (อีสเทิร์นซีบอร์ด) กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติสั่งการให้นิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)ไปดำเนินการให้โรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ทั้งหมดต้องติดตั้งป้ายประกาศ (Board) แสดงให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนหน้าโรงงาน ในกรณีที่โรงงานมีการปล่อยอากาศเสีย ปล่อยค่ามลพิษ หรือมลภาวะเกินมาตรฐานกำหนด เพื่อเป็นการแจ้งเตือนประชาชนในชุมชนพื้นที่ใกล้เคียงโรงงานได้ระมัดระวังอันตราย

   “เรื่องนี้คณะกรรมการเห็นชอบ และได้สั่งให้กนอ.ไปศึกษาดู ว่ามีใคร โรงงานไหนปล่อยสารพิษกว่ากำหนด โดยเฉพาะในช่วงที่โรงงานมีการซ่อมบำรุง ซึ่งทำให้สารพิษบางอย่างเกินค่ากำหนด จะต้องติดป้ายหน้าโรงงานให้ประชาชนดูป้ายที่รายงานไว้ ได้เห็นอย่างชัดเจน ช่วยลดความกังวลชาวบ้านด้วย เช่น โรงงานนี้มีค่าอะไรเกินกี่ครั้ง ถูกตักเตือนว่ามีสารพิษเกินกี่ครั้งโรงานต้องบอก แต่การสั่งการนี้ยังไม่มีบทลงโทษ และยังไม่กำหนดว่าจะให้เริ่มปฏิบัติเมื่อไร เพราะต้องรอให้กนอ.ไปดูก่อนว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ มีปัญหาอุปสรรคอย่างไร แล้วค่อยนำกลับมาเสนอในการประชุมครั้งหน้า นายกอร์ปศักดิ์กล่าว   

   นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวอีกว่า หากโรงานดำเนินการดังกล่าวได้ก็จะเป็นการดี เพราะเป็นต้นทุนในการดูแลโรงานของภาคเอกชนที่ควรดูแลตัวเองด้วย ไม่ใช่ให้ภาครัฐรับภาระฝ่ายเดียว ขณะเดียวกันก็จะได้ไม่ปฏิบัติเฉพาะตามที่กฎหมายกำหนด แต่มากแนวทางทำโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม(อุตสาหกรรมสีเขียว)อยู่ร่วมกับชุมชนได้ สร้างความเชื่อใจกับชาวบ้านได้ด้วย เพราะถึงที่สุด หากอุตสาหกรรมดำเนินการตามหลักการของมาตรา 67 วรรค 2 คือ มีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)  การศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) และมีคณะกรรมที่เป็นองค์กรอิสระขึ้นมาได้ ตามที่รัฐธรรมนุญกำหนด ภาคอุตสาหกรรมก็สามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้   

   นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้สั่งการให้มีการทบทวนงบประมาณในการจัดสร้างสถานีตรวจวัดมลภาวะเพิ่มเติม ที่จะนำไปติดตั้งในพื้นที่ ตามแผนเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมของชุมชน ที่กรมโรงงาน คณะกรรมการ่วมภาครัฐและเอกชน(กรอ.) และกรมควบคุมมลพิษ เสนอมา ซึ่งมีการของบประมาณเพิ่มเป็น 250 ล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะใช้งบเพียง 16 ล้านบาท ทำให้ที่ประชุมให้กลับไปทบทวนใหม่ ขณะเดียวกันก็ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบลงพื้นที่เพื่อตรวจวัดคุณภาพทางอากาศ ตรวจสารอินทรีย์ ตรวจวัดคุณภาพน้ำ และจุดติดตั้งเครื่องวัดที่เหมาะสม ตรงจุดที่ชุมชนต้องการให้ติดตั้งด้วย

   ด้านนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้รับฟังรายงานรายละเอียด จากการติดตามการใช้งบประมาณวงเงิน 800 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นงบประมาณของภาครัฐในการบรรเทาดูแลพื้นที่ ที่เคยอุมัติให้ให้ดำเนินการจัดสร้าง โรงพยาบาล บ่อขยะ การพัฒนาระบบน้ำ และสถานีตรวจวัดมลภาวะ   ซึ่งครั้งนี้ภาคเอกชนก็เสนอให้มีการดึงประชาชนในชุมชนเข้ามาร่วมในคณะทำงานติดตามงานด้วย เพื่อความสบายใจของชาวบ้านและการดำเนินงานจะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง