คลังฮึดเป่าจีดีพีพอง การันตีปัจจัยบวกอื้อปีนี้ลบแค่2.5%

วันที่ 24 ก.ย. 2552 เวลา 12:25 น.
โพสต์ทูเดย์ — คลังปรับจีดีพีสัปดาห์หน้า ยันเศรษฐกิจไทยปัจจัยบวกทั้งส่งออก รายได้ และตกงานต่ำ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะประกาศประมาณการเศรษฐกิจใหม่ในวันที่ 28 ก.ย. 2552 จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจีดีพีจะขยายตัวติดลบ 2.5% ถึงลบ 3.5% โดยขณะนี้ข้อมูลล่าสุดมีปัจจัยบวกมากกว่าปัจจัยลบ

ทั้งนี้ พบว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าปรับดีขึ้นมาก ทั้งประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม จากเดิมคาดว่าติดลบ 2% ถึงลบ 2.5% ก็เหลือติดลบ 1.5% ถึงลบ 2% ทำให้ยอดส่งออกของไทยในกลุ่มนี้ดีขึ้น

นายเอกนิติ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยบวกจากการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น เห็นได้ชัดจากยอดการซื้อขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น การจ้างงานดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยอยู่ที่ 1.2% หรือไม่ถึง 5 แสนคน จากเดิมที่คาดการณ์จะมีคนว่างงาน 12 ล้านคน

ล่าสุดสศค. ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ปี 2552 จะขยายตัวติดลบ 3% ถึงลบ 4% ดีขึ้นกว่าการขยายตัวไตรมาส 2 ที่ติดลบ 4.9% และในไตรมาส 4 จะขยายตัวเป็นบวกในระดับสูง 34% เนื่องจากในช่วงเดียวกันของปีก่อนเศรษฐกิจไทยติดลบ 4.2% ส่วนการขยายตัวในปีหน้า 2553 น่าจะเป็นบวก 34%

 “คาดว่าปี 2552 เศรษฐกิจจะขยายตัวได้เท่ากับประมาณการเดิม แต่จะรอดูตัวเลขการขยายตัวของประเทศคู่ค้า และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยให้ชัดเชนเท่านั้น”นายเอกนิติระบุ

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยเสี่ยง ในด้านนโยบายการคลังการเบิกจ่ายงบประมาณที่ทำไม่ได้ตามเป้า ซึ่งนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้เร่งผลักดันให้มีการเบิกจ่าย โดยเฉพาะงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1 แสนล้านบาท ที่ขณะนี้เพิ่มเบิกจ่ายได้ 77-78% เนื่องจากงบประมาณที่ใช้ในโครงการลงทุน เช่น การก่อสร้างบ้านตำรวจ ยังดำเนินการได้ล่าช้า และยังมีความเสี่ยงราคาน้ำมันที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากสหรัฐว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตขึ้นแล้วตกลงแบบรูปตัว W เพราะตัวเลขจีดีพีแบบเดือนต่อเดือน ไตรมาสต่อไตรมาสเป็นไปในทางบวกทั้งสิ้น และการฟื้นของเศรษฐกิจก็ไม่ใช่ตัว U เพราะมีการดีดตัวขึ้นมาชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ที่ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยฟื้นช้าที่สุดนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากเทียบกับประเทศที่เศรษฐกิจตกมากอย่างสิงคโปร์ ที่บางไตรมาสจีดีพีหดตัวมากกว่า 2 หลัก การฟื้นตัวก็ดูว่าจะฟื้นเร็วกว่า แต่จริงๆ พบว่าไม่ได้แตกต่างกันมากนัก