คลังตอกเสาเข็มบ้านประชารัฐ

วันที่ 02 ก.พ. 2559 เวลา 12:58 น.
คลังตอกเสาเข็มบ้านประชารัฐ
เสนอแปลงวัดไผ่ตันนำร่องบ้านประชารัฐ เร่งออกเงื่อนไขใครได้สิทธิเข้าจองเร็วๆ นี้

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยความคืบหน้าโครงการบ้านประชารัฐว่า จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมธนารักษ์ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) การเคหะแห่งชาติ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) หารือในรายละเอียด

ทั้งนี้ จะมีการกำหนดรูปแบบการก่อสร้างในแต่ละพื้นที่ ซึ่งกรมธนารักษ์ได้นำเสนอที่ราชพัสดุ จำนวน 6 แปลง ได้แก่ แปลงที่วัดไผ่ตัน โรงกษาปณ์เก่าบริเวณถนนประดิพัทธ์ ที่ดินในเมืองเชียงใหม่ 9 ไร่ ที่ดิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี 2 แปลง และที่ดินที่ จ.เชียงราย รวมพื้นที่ทั้งหมดจะสร้างบ้านได้ประมาณ 3,400 ยูนิต

“คาดว่าที่ดินตรงวัดไผ่ตันจะเป็นโมเดลแรกที่สามารถหาข้อตกลงและเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2559 โดยจะใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปีครึ่ง” นายจักรกฤศฏิ์ กล่าว

นอกจากนี้ ต้องหารือเรื่องต้นทุนการก่อสร้างเพื่อกำหนดราคาขายหรือเช่า และวิธีการจำหน่าย ซึ่ง สศค.ได้วางกรอบราคาบ้านเดี่ยวไว้ไม่ควรเกิน 7 แสนบาท ส่วนอาคารชุดหรือคอนโดไม่ควรเกิน 5 แสนบาท และต้องหาข้อสรุปนิยามรายได้ของผู้มีรายได้น้อยว่าควรมีเงินเดือนเท่าไร

ขณะที่รูปแบบการขายคาดว่ามี 3 รูปแบบ แยกเป็นกรณีก่อสร้างบนที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ จะให้เช่าเซ้งแบบอยู่ได้ยาว 30 ปี

อย่างไรก็ตาม ทาง รมว.คลัง ได้สั่งให้ศึกษาเพิ่มเรื่องรูปแบบการเช่าระยะสั้น เหมือนประเทศจีนและฮ่องกง ที่ให้ผู้บริหารโครงการติดตามดูเรื่องรายได้และทรัพย์สินของผู้เช่า หากมีรายได้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดจะต้องย้ายออกเพื่อเปิดทางให้ผู้มีรายได้น้อยรายอื่นได้เข้ามาอยู่อาศัย

ขณะเดียวกัน กรณีข้าราชการ ต้องกำหนดว่าเมื่อได้เลื่อนขั้นถึงระดับที่กำหนดก็ต้องออกไปหาบ้านที่อื่นอยู่ และห้ามขายเปลี่ยนมือ เพราะเกรงว่าจะซ้ำรอยกรณีแฟลตดินแดงที่ให้สิทธิเช่าระยะยาว เมื่อได้สิทธิแล้วก็มีการขายเปลี่ยนมือ

นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการก่อสร้างบนพื้นที่เอกชน ให้ใช้วิธีสร้างแล้วขายขาด แต่ สศค.ต้องการให้เอกชนตั้งทีมบริหารโครงการเหมือนกิจการเพื่อสังคมในลักษณะนิติบุคคล เพื่อเก็บค่าเช่ารายเดือน เพราะเกรงว่าผู้มีรายได้น้อยจะมีปัญหาการผ่อนชำระไม่ตรงเวลา แต่เอกชนต้องการทำโครงการแบบขายขาด และให้จัดตั้งนิติบุคคลกันเอง

สำหรับแหล่งที่มาของเงินทั้งการปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการเพื่อการก่อสร้างบ้านหรือคอนโด และการปล่อยกู้ให้ผู้มีรายได้น้อยซื้อ ทาง ธอส.เสนอรับดูแลเรื่องนี้ทั้งหมด โดยการปล่อยกู้ให้ผู้มีรายได้น้อย ทาง ธอส.จะทำหน้าที่คัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติ อาชีพ และผู้มีรายได้ที่แน่นอน เพื่อป้องกันการปล่อยกู้แล้วเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้

ทั้งนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปรายละเอียดหลักๆ ทั้งหมดภายในสิ้นเดือน ก.พ.นี้