ฆ่าไม่ตาย 5 เสือกองสลากฯ ปั่นราคาหวย 90 บาท

วันที่ 23 ม.ค. 2559 เวลา 07:31 น.
ฆ่าไม่ตาย 5 เสือกองสลากฯ  ปั่นราคาหวย 90 บาท
ความพยายามของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลที่จะหาวิธีการแก้ไขปัญหาการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาคู่ละ 80 บาท ตามบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดูเหมือนจะเป็นการเข็นครกขึ้นภูเขา

วิธีแก้ไขปัญหาที่นำมาใช้มีทั้งการไล่จับผู้ค้าสลากรายย่อยที่ขายเกินราคา ทั้งปรับและจำคุก การทลายโควตาสลาก จากผู้ค้ารายใหญ่และมูลนิธิการกุศลต่างๆ เอามากระจายให้กับผู้ค้ารายย่อย ให้จองซื้อผ่านธนาคารกรุงไทย ทั้งทางเอทีเอ็ม อินเทอร์เน็ต และเคาน์เตอร์ธนาคาร

ล่าสุด สำนักงานสลากฯ มีมติให้พิมพ์สลากเพิ่มอีก 10 ล้านคู่ หรือคิดเป็น 20 ล้านฉบับ โดยให้มีผลตั้งแต่งวดวันที่ 16 ก.พ. 2559 เป็นต้นไป ส่งผลให้การพิมพ์สลากของสำนักงานสลากฯ ต่องวดเพิ่มขึ้นเป็น 60 ล้านคู่ หรือคิดเป็น 120 ล้านฉบับ จากเดิมที่มีเพียง 50 ล้านคู่ หรือคิดเป็น 100 ล้านฉบับ แต่ดูเหมือนทุกวิธีช่วยให้ราคาสลากลดลงมาขายตามที่กำหนดได้ไม่กี่วันก็กลายเป็นคู่ละ 90 บาท อีกเหมือนเดิม

การที่วิธีการของบอร์ดสลากฯไม่ประสบความสำเร็จ ก็เพราะเจอวิชาเล่นแร่แปรธาตุของกลุ่มนายทุนที่ต้องการกว้านซื้อสลากมาอยู่ในมือให้มากที่สุด ใช้เทคนิคว่าจ้างรายย่อยไปลงทะเบียน จ้างให้ไปนอนเฝ้าตู้เอทีเอ็มตั้งแต่กลางคืนก่อนวันออกสลาก และการกว้านซื้อใบจองของผู้ที่เข้าระบบจองซื้อสลากล่วงหน้าได้

กระบวนการดังกล่าวยังเป็นตัวการสำคัญในการปั่นตลาดสลาก ทำให้เกิดการรวมเล่มจัดเลขชุด และขายสลากเลขสวยในราคาส่งถึง 77-78 บาท/คู่ เหมือนเดิม ทำให้คณะกรรมการสลากฯ ต้องจัดประชุมเพื่อหามาตรการในการดัดหลัง ไม่ว่าจะเป็นพวก 5 เสือตัวจริง หรือ 5 เสืออวตารที่สืบทอดอิทธิพลและกลุ่มคนใหม่ที่สนใจเข้ามาหารายได้จากธุรกิจนี้

ขณะนี้สำนักงานสลากฯ ได้ตรวจสอบรายชื่อผู้ที่กระทำผิดในการจำหน่ายลอตเตอรี่กว่า 27 ราย ทั้งที่ศูนย์การค้าสนามบินน้ำและบริเวณสี่แยกคอกวัว ซึ่งพบว่ามีพฤติกรรมการกว้านซื้อสลากจากผู้ค้าทั่วไปและนำมาขายส่งในราคาแพง ส่งผลทำให้ราคาขายปลีกเกินกว่าใบละ 80 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล เพื่อจะได้ประสานให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตรวจสอบว่าเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่อไป

รายงานข่าวจากสำนักงานสลากฯ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบรายชื่อผู้ต้องสงสัยเป็นตัวการ ทำให้ระบบจำหน่ายสลากเกินราคา ส่วนใหญ่มีแผงค้าอยู่ที่ศูนย์การค้าสลากไทย ตรงสนามบินน้ำ ข้างสำนักงานสลากฯ และอีกส่วนหนึ่งเช่าแผงค้าสลากของหนึ่งใน 5 เสือที่สี่แยกคอกวัว ซึ่งต้องสืบข้อมูลต่อว่าจะเชื่อมโยงกับ 5 เสือจริงหรือไม่ และกลุ่มสหกรณ์ใน อ.วังสะพุง ซึ่งทางสำนักงานสลากฯ มีรายชื่อและเลขที่แผงค้าครบถ้วนแล้ว หากพบว่ามีพฤติกรรมดังกล่าวจริงจะต้องถูกตัดรายชื่อผู้ค้าสลากไป

พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบหาผู้ค้าที่ขายจริงจากจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 1.7 แสนราย คาดว่าในจำนวนนี้มีผู้ค้าตัวจริงราว 1 แสนราย ทั้งนี้เมื่อเทียบจากข้อมูลการสมัครจะพบว่ามียอดผู้เข้ามาลงทะเบียนงวดที่ 1-3 ซึ่งมีจำนวนราว 9 หมื่นคนแรก น่าจะเป็นผู้ค้าตัวจริงส่วนใหญ่ และงวดหลังๆ จากนั้นอาจจะมีบางส่วนที่ถูกว่าจ้างให้มาลงทะเบียน

“จากนี้สำนักงานสลากฯ จะส่งผู้ตรวจลงพื้นที่ ทยอยตรวจแผงค้าทั่วประเทศ ​เพื่อสอบทานตัวเลขสลากที่นำมาจำหน่ายว่าตรงกับโควตาที่เจ้าของแผงได้มาหรือไม่ ถ้าหากพบว่ามีสลากที่ตรงกับโควตาสลากของคนอื่น สำนักงานสลากฯ จะถือว่าเป็นผู้ที่ได้โควตาไปแล้วแต่ไม่ได้จำหน่ายจริง และจะทยอยประกาศถอดรายชื่อการลงทะเบียนเป็นผู้ค้าสลากกับทางสำนักงานสลากฯ เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถคัดรายชื่อออกได้ราว 1 หมื่นรายต่องวด” พล.ต.ฉลองรัฐ กล่าว

ส่วนสลากที่พิมพ์เพิ่มอีก 10 ล้านฉบับ และแนวทางการลดสลากจองซื้อล่วงหน้า แล้วโยกโควตาไปใส่ในสลากซื้องวดละ 2 หมื่นเล่ม หรือ 4 ล้านฉบับต่องวด หรืออาจจะทำเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ คาดว่าจะใช้เวลาในการทดลองตลาดไม่เกิน 5 งวด และถ้ายังแก้ปัญหาขายสลากเกินราคาไม่ได้ก็จะสั่งพิมพ์สลากเพิ่มเข้าไปในระบบอีก แต่ถ้าหากการปรับปรุงมาตรการครั้งนี้ทำให้ตลาดสลากนิ่ง และสามารถค้นหาผู้ค้าสลากตัวจริงได้ มาตรการต่อไปก็จะสามารถเพิ่มโควตาต่อรายให้กลับไปเพิ่มเป็น 15 เล่ม หรือ 50 เล่มต่อราย กรณีที่คนคนนั้นมีความสามารถในการจำหน่ายได้จริง

ด้าน พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสลากฯ มีมติเห็นชอบแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สลาก พ.ศ. 2517 เพิ่มเติม เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาและเห็นชอบภายใน 2-3 เดือนหลังจากนี้ สาระสำคัญที่เพิ่มใน พ.ร.บ.ใหม่ ได้แแก่ การออกระเบียบเพื่อขึ้นทะเบียนผู้ค้าสลากทั่วประเทศ เพื่อจัดระเบียบให้ผู้ค้าอยู่ในระบบทั้งหมดอย่างถูกต้อง คล้ายกับการขอใบอนุญาตการจำหน่ายสุรา บุหรี่ ต่อไปใครจะขายสลากต้องมีใบอนุญาตการจำหน่าย​ เพื่อให้สำนักงานสลากฯ สามารถตรวจสอบการจำหน่ายสลากให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หากพบว่าผู้ค้าขายลอตเตอรี่เกินราคากว่าที่กำหนดไว้ใบละ 80 บาท จะถูกตัดสิทธิการจำหน่ายสลากทันที

นอกจากนี้ สำนักงานสลากฯ ยังเพิ่มบทลงโทษให้กับผู้ที่ทำให้กลไกราคาสลากผิดเพี้ยน ซึ่งจะมีการกำหนดบทลงโทษอย่างชัดเจน ทั้งโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1 หมื่นบาท และโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน พร้อมชี้แจงว่าขอให้การจำหน่ายลอตเตอรี่เป็นเพียงอาชีพเสริม เพราะใช้เวลาจำหน่ายเพียง 9-10 วันเท่านั้น จึงอยากให้ผู้ค้าสลากต้องปรับตัวได้แล้ว ไม่ใช่จะจำหน่ายสลากเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ ยังได้มอบหมายให้คณะกรรมการ สลากฯ ไปศึกษาความเป็นไปได้ในการออกลอตเตอรี่​อาเซียน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือ หากประเทศในอาเซียนเกิดภัยพิบัติจะสามารถนำเงินในส่วนนี้เข้ามาช่วยเหลือได้ โดยเบื้องต้นจะหารือกับกลุ่มประเทศสมาชิกในอาเซียนถึงข้อกำหนดและความเป็นไปได้ เพราะการดำเนินงานครั้งนี้ จะเป็นการออกรางวัลในสถานที่เดียว แต่สามารถถูกรางวัลได้ทั้งอาเซียน ถือเป็นการรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน​ (เออีซี)

ธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกคณะกรรมการ สลากฯ กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้หารือถึงการออกสลากออนไลน์ โดยให้ศึกษาจากประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศเทียบเคียงรายได้ประชากรเท่ากับประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเรื่องระยะยาวที่ต้องดำเนินการรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลตามนโยบายของรัฐบาล