ก.อุตฯคาดครึ่งปีหลังยอดลงทุนพุ่ง

วันที่ 23 ก.ค. 2553 เวลา 15:30 น.
“ชัยวุฒิ” หวังครึ่งปีหลังเร่งยอดลงทุนให้ได้อย่างน้อย 3 แสนล้าน คาดน่าจะทำได้ทะลุเป้า 5 แสนล้านบาท ตั้งเป้าเดินสายโรดโชว์ต่างประเทศ เคาะประตูโรงงานเป้าหมายโดยตรง และจัดสัมมนาตามภูมิภาคทั่วประเทศ

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายในงานสัมมนา “ผลักดันการลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจภาคตะวันออก” ว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2553 มียอดขอรับส่งเสริมการลงทุน ผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จำนวน 125 โครงการ มูลค่า 1.9 แสนล้านบาท ทำให้ในครึ่งปีหลังจำเป็นต้องเร่งทำยอดให้ได้อย่างน้อย 3 แสนล้านบาท เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ระดับ 5 แสนล้านบาท โดยกระทรวงอุตสาหกรรรมจะพยายามทำให้ได้มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ และจะเริ่มเดินสายโรดโชว์ เพื่อกระตุ้นการลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

ทั้งนี้ การเดินสายฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุนจะเน้นการไปสร้างความเข้าใจ อธิบายปัญหา และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย โดยเฉพาะปัญหามาบตาพุด ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมทราบว่าปัญหานี้ต้องเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยการออกบัญชีรายชื่อกิจการรุนแรงที่ชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้แก่ทั้งนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในไทยอยู่แล้ว และนักลงทุนใหม่

สำหรับแผนการเดินทางโรดโชว์ต่างประเทศ จะเดินทางไปดึงดูดการลงทุนที่เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และสหรัฐอมริกา โดยการจัดสัมมนาใหญ่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และชี้แจงสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ ขณะเดียวกันจะเร่งเจาะกลุ่มเป้าหมายโดยตรง โดยการไปพบกับบริษัทขนาดใหญ่ที่สนใจจะลงทุนอยู่แล้วเป็นรายๆ เพื่อกระตุ้นให้นักลงทุนตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทย ส่วนการลงทุนจากนักลงทุนในประเทศ จะเริ่มเดินสายโรดโชว์ในทุกภูมิภาค ซึ่งหลังจากการมากระตุ้นการลงทุนในภาคตะวันออกแล้ว จะไปต่อที่ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อไป

นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังกิจการที่มีแนวโน้มเข้ามาลงทุนในเมืองไทยเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้า เหล็กปลายน้ำ เนื่องจากนักลงทุนต้องขยายการลงทุน เพื่อรองรับยอดการส่งออกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยนี้จะช่วยให้การส่งเสริมกาลงทุนของบีโอไอทำได้ง่ายขึ้น และขณะนี้ ก็มีบริษัทขนาดใหญ่หลายโครงการที่เข้ามาคุยกับบีโอไออยู่แล้ว โดยในครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีมีโครงการขนาดใหญ่สนใจเข้ามาลงทุนประมาณ 7-8 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการเหล็ก อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนยานยนต์

“ปีนีโชคดีที่เศรษฐกิจฟื้นตัว การส่งออกดี ทำให้มีโครงการที่ต้องขยายการลงทุนอยู่แล้ว แต่ก็มีบางโครงการที่มาเอาคำขอคืน เนื่องจากขอทบทวนแผนการลงทุน หลังมีโครงการขยายสิทธิประโยชน์ออกไปจนถึงปี 2555 เพราะเร่งส่งโครงการเข้ามาให้ทันภายในสิ้นปี 2552 เพื่อจะได้รับสิทธิประโยชนพิเศษสูงสุด” นางอรรชกา กล่าว

นอกจากนี้ จะเจาะนักลงทุนใหม่ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่นำไปสู่การพัฒฯที่ยั่งยืน เช่น กิจการที่เกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน กิจการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กิจการที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เป็นต้น เพื่อดึงดูดนักลงทุนกลุ่มใหม่ๆ เข้ามาลงทุนในเมืองไทย

นายสุนทร ธัญญวัฒนกุล ประธานหอการค้าจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศพรก.สถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัด เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และนักท่องเทีร่ยวที่จะเดินทางเข้ามาทำธุรกิจในพื้นที่