โตโยไทยคาดสูญ300ล้าน หาก2งานมาบตาพุดหยุด1เดือน

  • วันที่ 07 ต.ค. 2552 เวลา 13:40 น.

โพสต์ทูเดย์ — รับเหมาสะดุดมาบตาพุด โตโย-ไทยฯ รับเจอแจ็กพอต 2 งาน คาดหาย 200300 ล้านหากหยุด 1 เดือน

 คนงานชวดรายได้ 91 ล้านต่อวัน

คำสั่งศาลปกครองกลางคุ้มครองฉุกเฉินชุมชนมาบตาพุด ส่งผลให้โครงการลงทุน 76 แห่งสะดุดผ่านมาแล้ว 1 สัปดาห์ แต่ปัญหานี้ยังคงอึมครึมและส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยผู้รับเหมาก่อสร้างก็เลี่ยงปัญหานี้ไม่พ้น

แหล่งข่าวในวงการรับเหมาก่อสร้าง เปิดเผยว่า บริษัทรับเหมาที่ได้รับความเดือดร้อนมีหลายราย โดยคาดว่าบริษัท โตโย-ไทย คอร์ปอเรชั่น (TTCL) จะได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่วนรายใหญ่อื่น เช่น บริษัท ซิโนไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) เจอปัญหาพอๆ กัน

นายสุวิทย์ มโนมัยยานนท์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย TTCL กล่าวว่า บริษัทกำลังก่อสร้าง 5 โครงการใหญ่ในมาบตาพุด แต่คำสั่งของศาลครั้งนี้ไม่มีผลต่อ 3 โครงการ และแต่ละโครงการก่อสร้างไปแล้วเฉลี่ย 95%

สำหรับ 2 โครงการที่ได้รับผลกระทบนั้น 1 โครงการเป็นของเครือปตท. สร้างไปแล้ว 70% และโครงการที่ 2 เป็นของเครือบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย สร้างแล้ว 97%

อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างในส่วน 2 โครงการนั้นยังคงดำเนินการต่อเนื่อง เพราะเจ้าของโครงการยังไม่ได้รับจดหมายแจ้งเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ และยังต้องตรวจสอบว่าใบอนุญาตออกก่อนวันที่ 24 ส.ค. 2550 หรือไม่

“ผมก็ก่อสร้างงานไปเรื่อยๆ และคาดว่าจะต้องรอเวลาอีกนานกว่าจะได้รับจดหมายแจ้งอย่างเป็นทางการ แต่ผมเชื่อว่าปัญหานี้น่าจะจบลงด้วยดี เพราะทุกฝ่ายทราบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ผมเพิ่งกลับจากญี่ปุ่น นักลงทุนเค้าก็สนใจสอบถามเรื่องนี้มาก และบอกว่าจะขอหยุดการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยก่อน” นายสุวิทย์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากปัญหานี้ยืดเยื้อจนการก่อสร้างต้องหยุดลง 1 เดือน จะทำให้รายได้ของบริษัทลดลงประมาณ 200300 ล้านบาท แต่ไม่มีผลอย่างมีนัยสำคัญ เพราะบริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีเงินสดอยู่ในมือถึง 4,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ นายสุวิทย์ แสดงความเป็นห่วงถึงรายได้ของคนงานที่จะหายไป โดยบริษัทได้ใช้คนงานโครงการละ 3,000 คน รวม 2 โครงการ 6,000 คน คาดรายได้เฉลี่ยต่อวัน วัน 400 บาท ทำให้รายได้หายไป 2.4 ล้านบาทต่อวัน หากรวม 76 โครงการ คาดว่าคนงานจะไม่มีรายได้ถึง 91.2 ล้านบาทต่อวัน มีผลกระทบต่อกำลังซื้อสินค้าต่างๆ อีกมากมาย

ด้านผู้บริหารบริษัท ไทย เอ็นดีที (TNDT) กล่าวว่า บริษัทเป็นหนึ่งในผู้รับเหมาที่รับงานจากปตท. ก็ยอมรับว่าได้รับผลกระทบและยังมีผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนและการขยายงานของอุตสาหกรรม ดังนั้นจึงต้องการฝากไปถึงภาครัฐให้เร่งแก้ไขปัญหาหรือหาทางออกที่ดีที่สุด

บริษัทหลักทรัพย์ พัฒนสิน ยังคงแนะนำซื้อหุ้น STEC และ TTCL ให้ราคาเป้าหมาย 7.30 บาท และ 8 บาท ตามลำดับ แม้ว่าราคาหุ้นของกลุ่มนี้ปรับตัวขึ้นมาแล้วพอสมควร เฉลี่ยประมาณ 40-60% ในรอบ 6 เดือน

วานนี้ แรงซื้อหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ รวมถึงหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากมาบตาพุด โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มปตท. ส่งผลให้ดัชนีปิดที่ 731.39 จุด บวก 12.92 จุด หรือ 1.80% มูลค่าการซื้อขายหนาตา 25,880 ล้านบาท

ข่าวอื่นๆ