‘พรทิวา’รอถกนายกฯระบายข้าว5แสนตัน

วันที่ 26 ก.ย. 2552 เวลา 17:24 น.
โพสต์ทูเดย์ — “พรทิวา” เตรียมถกนายกฯ วางแนวทางระบายข้าวสต๊อกรัฐ เล็งระบายไม่เกิน 5 แสนตัน หวั่นทำราคาตลาดหล่น

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าจะหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถึงแนวทางระบายข้าวในสต๊อกของรัฐ โดยเบื้องต้นจะกำหนดระบายในแต่ละครั้งไม่เกิน 5 แสนตัน เพื่อไม่ให้กระทบราคาตลาดภายในประเทศ ส่วนวิธีการระบายจะเป็นการระบายเพื่อส่งออก หรือขายในประเทศนั้นต้องหารือกับนายกรัฐมนตรีก่อน เมื่อได้ข้อสรุปจะดำเนินการทันที

“เมื่อนายกฯ กลับจากต่างประเทศก็จะหารือว่าจะระบายข้าวในสต๊อกอย่างไร เกณฑ์ง่ายๆ ตอนนี้คือต้องไม่กระทบราคาตลาดแต่จะขายจริงปริมาณเท่าใด วิธีการอย่างไรต้องไปปรึกษาให้ดีก่อน” นางพรทิวา กล่าว

ขณะที่ผลประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ด้านการตลาด ที่ประชุมได้หารือในประเด็นการพยุงราคาข้าว ในกรณีที่ราคาตลาดต่ำกว่าราคารับประกัน โดยกำหนดราคาตั้งรับไว้หากราคาตลาดต่ำกว่าราคาประกันตันละ 1,000 บาท จึงจะนำวิธีการพยุงราคามาใช้ทันที

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติ 3 มาตรการ ดังนี้ 1.ตั้งงบประมาณจำนวน 1,510 ล้านบาท เพื่อเป็นงบประมาณแทรกแซงตลาดรับซื้อข้าว ซึ่งหากราคาข้าวในตลาดต่ำกว่าราคาประกันเกินกว่า 1,000 บาท จะให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และสถาบันเกษตรกรรับซื้อข้าวออกจากตลาด เพื่อดึงราคาข้าวในตลาดให้สูงขึ้น โดยกำหนดปริมาณแทรกแซงไว้ที่ 2 ล้านตัน

อย่างไรก็ตาม จะกำหนดเวลาการแทรกแซงเป็นช่วงๆ และจะทำเท่าที่จำเป็น โดยจะทยอยทำเป็นจังหวัด และแบ่งเป็นสัดส่วนโควตา ซึ่งจะเป็นการซื้อขายขาดและรับซื้อในราคาตลาด ณ วันนั้น

สำหรับมาตรการที่ 2 จะช่วยเสริมสภาพคล่องให้แก่โรงสีที่เข้าร่วมรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรในราคานำตลาดที่ 100-200 บาท จำนวน 2 ล้านตัน โดยจะชดเชยดอกเบี้ยให้ 3%
มาตรการที่ 3 จะจัดตลาดนัดข้าวเปลือกในจังหวัดที่มีผลผลิตจำนวน 29 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีปริมาณข้าวเปลือกจำนวน 5 แสนตัน จะจัดตลาดนัดจำนวน 10-20 ครั้ง จังหวัดที่มีจำนวน 25 แสนตัน จะมีตลาดนัด 6-10 ครั้ง และจังหวัดที่มีปริมาณต่ำกว่า 2 แสนตัน จะมีตลาดนัด 5 ครั้ง โดยทั้ง 3 มาตรการนี้จะนำเสนอต่อกขช.ที่มีนายอภิสิทธิ์เป็นประธานในการประชุมครั้งต่อไป

นายชาญชัย รักษ์ธนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า ราคาข้าวจากฤดูกาลผลิตนาปี 2552/2553 จะมีทิศทางดี เนื่องจากปริมาณผลผลิตอาจไม่ได้ตามคาดการณ์เพราะสภาพอากาศแล้ง ไม่เฉพาะแต่ประเทศไทยแต่มีการคาดการณ์ว่าจีนและอินเดียจะได้รับผลกระทบเดียวกันนี้ ทำให้จีนมีแนวโน้มนำเข้าข้าว ขณะที่อินเดียมีแนวโน้มไม่ส่งออกข้าว ราคาตลาดจึงไม่น่าเป็นห่วง และไม่น่าจะเกิดการกดราคารับซื้อข้าว

“โรงสีก็พร้อมให้ความร่วมมืออยู่แล้วแต่เมื่อรัฐเสนอช่วยสภาพคล่องอัตราดอกเบี้ย 3% ถือว่ารับได้ หากโรงสีกู้เงินมามีดอกเบี้ย 6% ก็เท่ากับว่าจะมีภาระดอกเบี้ยเฉลี่ยเดือนละ 50บาทต่อตันต่อเดือน รัฐช่วยเหลือที่ 3% ถือว่าเหมาะสม” นายชาญชัย กล่าว