กสิกรไทยปล่อยสินเชื่อบ้านต่ำกว่าเป้า

วันที่ 29 ต.ค. 2557 เวลา 13:46 น.
กสิกรไทยปล่อยสินเชื่อบ้านต่ำกว่าเป้า
กสิกรไทย ชี้ ปัจจัยลบเพียบส่งผลกำลังซื้อบ้านลดลง คาดปีนี้ปล่อยสินเชื่อบ้านเติบโต 6-7% ต่ำกว่าเป้าเล็กน้อย ประเมินปีหน้าธุรกิจอสังหาฯฟื้น ดันยอดสินเชื่อบ้านทั้งระบบโต 8.5%

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ไดัรับผลกระทบจากเศรษฐกิจโดยรวม ส่งผลให้ตลาดสินเชื่อบ้านของระบบธนาคารในปีนี้จะเติบโตเพียง 6-8%  คิดเป็นยอดรวมสินเชื่อบ้านอยู่ที่ 2.7 ล้านล้านบาท ส่วนในปี 2558 คาดว่าตลาดน่าจะดีขึ้น โดยจะเติบโตประมาณ 8.5% คิดเป็นมูลค่า 2.9 ล้านล้านบาท เนื่องจากการขยายโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพและปริมาณฑล การลงทุนในโรงสร้างพื้นฐานที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง  การเปิดเออีซี และการส่งออกในปีหน้าจะสูงขึ้นจากปีนี้ ที่ติดลบ 0.3 % คาดว่าปีหน้าจะเติบโตไปได้ถึง 2.0-4.5% ส่งผลภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศที่ดีขึ้น

สำหรับผลการดำเนินงานสินเชื่อบ้านกสิกรไทยในไตรมาสที่ 3 ปี 2557 ธนาคาร ฯ สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 35,000 ล้านบาท คาดว่าไตรมาสสุดท้ายจะปล่อยสินเชื่อได้ 12,000 ล้านบาท ทำให้ทั้งปี 2557 ธนาคารกสิกรไทยจะสามารถปล่อยสินเชื่อบ้านได้ที่ 47,000 ล้านบาท เติบโตจากสิ้นปีที่แล้ว 6-7% แต่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 49,000 ล้านบาทเล็กน้อย

นายชาติชาย กล่าวว่า จากการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทยเกี่ยวกับปัจจัยที่สร้างความกังวลต่อการซื้อที่อยู่อาศัย พบว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจ การเมือง ค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ส่งผลให้ครึ่งปีแรกการลงทุนโครงการใหม่ชะลอตัวและยอดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง เนื่องจากลูกค้าส่วนหนึ่งมีความระมัดระวังในการกู้เงินเพื่อสร้างหนี้มากขึ้น จากความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น จากเดิมอยู่ที่ระดับ 16.7% เพิ่มเป็น 20.8% และค่าครองชีพ ปรับตัวสูงขึ้น จากเดิมอยู่ที่ระดับ 18% เพิ่มเป็น 19.5% 

นอกจากนั้นจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นเป็นลำดับ จากสถิติปี 2555 อยู่ที่ 77% ของจีดีพี  ปี 2556 เพิ่มเป็น 82% ของจีดีพี และในปี 2557 ตัวเลขยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปีนี้จะสูงถึง 85% ของจีดีพี ทำให้ทิศทางการอนุมัติสินเชื่อบ้านของสถาบันการเงินไปจนถึงสิ้นปีนี้ก็จะทำได้ยากขึ้นเพราะผู้บริโภคมีภาระการจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยของหนี้ครัวเรือนแตะระดับ 30% ของรายได้ครัวเรือน 

อย่างไรก็ตาม หลังมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทำให้ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวในทิศทางดีขึ้น ทั้งในแง่ของ ความไม่แน่นอนภาวะเศรษฐกิจ จากเดิม 27.7% ลดลงเหลือ 26.9%  ความไม่แน่นอนของรายได้ในอนาคต จากเดิม 24.4% ลดลงเหลือ 23.2% และความไม่สบายใจจาก ภาวะการเมืองในประเทศ จากเดิม13.2% ลดเหลือเพียง 9.6% จึงมีแนวโน้มว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้และปีหน้าจะดีขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2558 จะฟื้นตัวดีกว่าปี 2557