ขีดเส้นตายงบอุ้มเศรษฐกิจ

วันที่ 20 ก.ย. 2552 เวลา 00:28 น.
โพสต์ทูเดย์ — คลังกระตุ้นอัดฉีดงบประมาณ ชี้ปี 2552 ยังเหลือเพียบ ขู่งัดมาตรการห้ามเบิกจ่ายเหลื่อมปี

นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งให้ส่วนราชการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณกลางปีที่ได้รับจัดสรรเพิ่มเติมปี 2552 จำนวน 116,700 ล้านบาท เพื่อใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในเดือนก.ย.นี้

ทั้งนี้ โครงการลงทุนจากงบกลางปีจำนวน 16 โครงการ เบิกจ่ายแล้ว 8.99 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 77% ของวงเงินทั้งหมด โดยโครงการสร้างหลักประกันด้านรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุ เบิกจ่ายได้สูงสุดเต็มวงเงินที่ได้รับจำนวน 8,998 ล้านบาท

“ยืนยันว่าจะพยายามเร่งรัดให้สามารถเบิกจ่ายให้มากขึ้น เพราะงบประมาณดังกล่าวเป็นงบที่จัดสรรเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรง” นพ.พฤฒิชัย ระบุ

โครงการอื่นๆ ที่มีการเบิกจ่ายสูงสุด ได้แก่ โครงการส่งเสริมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 3,000 ล้านบาท โครงการ 5 มาตรการ 6 เดือน เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน จำนวน 11,050 ล้านบาท โครงการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและบุคลากรภาครัฐ หรือโครงการเช็คช่วยชาติ จำนวน 17,982 ล้านบาท และโครงการสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 15 ปี จำนวน 16,924 ล้านบาท

สำหรับผลการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2552 จำนวน 1.4 ล้านล้านบาท จนถึงวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายไปแล้ว 83.12% โดยเป็นการเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนจำนวน 71.15% คาดว่าภายในสิ้นเดือนก.ย.นี้ จะสามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายที่ 74% แต่หากเบิกจ่ายไม่หมด จะมีมาตรการไม่ให้ส่วนราชการกันงบเบิกจ่ายเหลื่อมปี

ทั้งนี้ งบประมาณเงินอุดหนุนในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 1.34 แสนล้านบาท เบิกจ่ายแล้วจำนวน 1.13 แสนล้านบาท หรือ 84.36% ในส่วนของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับรายจ่ายลงทุนมีจำนวนทั้งสิ้น 17 แห่ง มีรายจ่ายลงทุนรวมกันทั้งสิ้น 1.37 หมื่นล้านบาท หรือ 3.86% ของวงเงินรายจ่ายลงทุน จำนวน 3.56 แสนล้านบาท มีการเบิกจ่ายแล้วจำนวน 7,572.73 ล้านบาท

ขณะที่รัฐวิสาหกิจที่ได้รับรายจ่ายลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาท มีจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย การเคหะแห่งชาติ และการประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งมีอัตราการเบิกจ่าย 21.93% 39.03% 70.73% และ 79.59%

สาเหตุการเบิกจ่ายล่าช้าเนื่องจากรัฐวิสาหกิจมีการปรับลดขนาดการลงทุน ประกอบกับรัฐวิสาหกิจมีแหล่งเงินหลายแหล่ง ได้แก่ เงินกู้ รายได้ของรัฐวิสาหกิจเอง และงบประมาณ โดยจะเบิกจ่ายจากเงินกู้และรายได้ก่อน

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง จะนำแผนการใช้งบประมาณโครงการไทยเข้มแข็ง 2555 เพิ่มเติมอีก 1 แสนล้านบาท เสนอต่อที่ประชุมครม. ในวันที่ 29 ก.ย.นี้ เพื่อให้ความเห็นชอบรายละเอียด เบื้องต้นจะนำไปใช้โครงการประกันราคาพืชผลให้แก่เกษตรกร 3 สินค้า คือ ข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลัง จำนวน 4.3 หมื่นล้านบาท ที่เหลือเป็นโครงการของกระทรวงคมนาคม และนโยบายของรัฐบาลด้านอื่นๆ

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การจัดสรรเม็ดเงินลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็ง 2555 จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้ในระยะต่อไป โดยเฉพาะโครงการลงทุนสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซ่อมแซมถนนและสะพานในท้องถิ่น

แหล่งข่าวจากสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า มีหลายหน่วยงานที่ได้งบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจไปแล้วกลับไม่เร่งรัดการเบิกจ่ายตามกำหนด อาทิ งบกลางที่สนับสนุนการท่องเที่ยว ทำให้เสียโอกาส เพราะรัฐบาลต้องการเร่งรัดงบกลางดังกล่าวกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาในช่วงกลางปี 2552