เครดิตบูโรผ่อนผันสถานะลูกหนี้เอสเอ็มอี

วันที่ 24 ก.พ. 2557 เวลา 13:50 น.
เครดิตบูโรผ่อนผันสถานะลูกหนี้เอสเอ็มอี
เครดิตบูโร เห็นสัญญาณเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบจากการเมือง แนะแบงก์คงสถานะบัญชีปกติสำหรับลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการนิติบุคคล ในเดือนมกราคม 2557 พบว่า มีสัญญาณในทิศทางเดียวกับที่สำนักส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สำรวจระบุว่า สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนได้รับผลกระทบโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่กำลังประสบปัญหาด้านสภาพคล่องทางการเงิน

ทั้งนี้ จำนวนบัญชีนิติบุคคลที่มี 4.5 ล้านบัญชี จากจำนวนลูกหนี้ทั้งหมด 2.6 แสนคนที่อยู่ในฐานข้อมูลเครดิตบูโร สะท้อนให้เห็นว่า นิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้สถาบันการเงินเริ่มผิดนัดชำระหนี้ แต่ยังไม่เป็นหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) มีจำนวนสูงขึ้น

ดังนั้น เครดิตบูโร จึงร่วมกับ สสว. และสถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ออกมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการ ได้แก่ 1.การพักชำระหนี้เงินต้น 2.การขยายระยะเวลาชำระหนี้ และ 3.ให้เงินกู้เพิ่มดอกเบี้ยพิเศษ โดยเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมมาตรการจะไม่ถือเป็นเอ็นพีแอล เพราะธนาคารจะจัดส่งสถานะลูกค้าเป็นปกติแก่เครดิตบูโร

"เครดิตบูโรจะขอความร่วมมือไปยังทั้ง 5 ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ ให้ระมัดระวังในการรายงานและนำส่งข้อมูลของลูกหนี้นิติบุคคลที่เข้าร่วมมาตรการดังกล่าว หากลูกหนี้รายใดปฏิบัติตามข้อตกลงหรือข้อผ่อนผันได้ ธนาคารสามารถรายงานและนำส่งข้อมูลการชำระหนี้ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสถานะบัญชี 'บัญชีปกติ' หรือเลือกรายงานสถานะบัญชี 'พักชำระหนี้ตามนโยบายของรัฐ' ก็ได้ เพื่อช่วยไม่ให้ประวัติของเอสเอ็มอีเสียหาย"

อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อครั้งมีเหตุมหาอุทกภัยปลายปี 2554 ที่เครดิตบูโรได้ร่วมกับสถาบันการเงินของรัฐและเอกชน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในลักษณะดังกล่าวข้างต้น เพื่อคลายความกังวลของผู้ประสบภัยในเรื่องการผ่อนผันผ่อนปรนการชำระหนี้และดูแลประวัติการชำระสินเชื่อมิให้เกิดผลเสียหาย